
2026-06-30
แบบบ้านยกพื้นสูง เสน่ห์งานดีไซน์วิถีไทย ไลฟ์สไตลโปร่งสบายยั่งยืน
ภูมิปัญญาการสร้างที่อยู่อาศัยของไทยถูกส่งต่อและพัฒนามาไม่หยุดนิ่ง เพื่อให้อยู่กับสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้นได้ การเลือกดีไซน์บ้านจึงต้องผสมผสานประโยชน์ทั้งเรื่องค…
อ่านเพิ่ม →

พื้นที่ดินขนาด 100 ตารางวา ถือเป็นขนาดที่ดินในฝันของใครหลายคน เพราะกว้างขวางพอที่จะสร้างบ้านในจินตนาการให้กลายเป็นจริงได้อย่างไร้ข้อจำกัด การออกแบบจึงเป็นการจัดสรรความสุขให้ลงตัวในทุกตารางเมตร วิธีวางผังแบบบ้าน 100 ตารางวา คือจัดแปลนแบบเปิดรูปตัว L หรือ U เพื่อโอบล้อมสวนส่วนตัว วางตำแหน่งรับลมธรรมชาติ หลบแดดบ่าย และเว้นระยะร่นรอบอาคารให้โปร่งโล่งน่าอยู่ บทความนี้จะพาทุกคนไปเปิดไอเดียการจัดการพื้นที่ผืนใหญ่ผืนนี้ ให้กลายเป็นบ้านที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ได้อย่างลงตัวและยั่งยืน
Summary
ขนาดที่ดิน 100 ตารางวา เท่ากับ 400 ตารางเมตร การจะสร้างบ้านได้ใหญ่แค่ไหนขึ้นอยู่กับค่า FAR (Floor Area Ratio) หรืออัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน และค่า OSR (Open Space Ratio) หรืออัตราส่วนของพื้นที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวม เช่น หากอยู่ในผังเมืองสีเหลือง (ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย) ที่มีค่า FAR เท่ากับ 2 และ OSR เท่ากับ 15% จะสามารถสร้างพื้นที่ใช้สอยรวมทุกชั้นได้สูงสุดถึง 800 ตารางเมตร โดยต้องมีพื้นที่ว่างโล่งที่ไม่มีหลังคาคลุมอย่างน้อย 120 ตารางเมตร
ตามกฎหมายควบคุมอาคารสำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป กำหนดให้ต้องมีพื้นที่ว่างเปิดโล่งไม่น้อยกว่า 30% ของพื้นที่ดินทั้งหมด ซึ่งคิดเป็นพื้นที่ว่างอย่างน้อย 120 ตารางเมตรสำหรับที่ดินขนาด 100 ตารางวา ทำให้เหลือพื้นที่สำหรับวางโครงสร้างตัวบ้านบนพื้นดินได้สูงสุด 70% หรือไม่เกิน 280 ตารางเมตร ซึ่งเอื้อต่อการจัดสรรพื้นที่ให้มีทั้งตัวอาคารใหญ่และสวนสีเขียวรอบบ้านไปพร้อมกัน จึงจัดเป็นแบบบ้าน 100 ตารางวาที่เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลางไปจนถึงครอบครัวใหญ่ได้สบายๆ
จัดวางตำแหน่งตัวอาคารให้โอบล้อมพื้นที่สวนตรงกลาง ช่วยสร้างพื้นที่สีเขียวส่วนตัว ลดความอึดอัดของผนังปูนทึบ เพิ่มมุมมองจากภายในบ้านให้มองเห็นธรรมชาติได้จากทุกห้อง และช่วยแยกสัดส่วนการใช้งานของสมาชิกในบ้านได้อย่างลงตัว
วางตำแหน่งห้องที่ใช้งานบ่อย เช่น ห้องนั่งเล่นและห้องนอน ไว้ในทิศเหนือหรือทิศตะวันออกเพื่อรับแสงแดดยามเช้าและหลบแดดบ่ายร้อนระอุ ส่วนห้องน้ำ ห้องครัว และพื้นที่ซักล้างควรจัดไว้ทางทิศใต้หรือทิศตะวันตก เพื่อใช้ประโยชน์จากแสงแดดในการฆ่าเชื้อโรคและลดความอับชื้น
เชื่อมโยงพื้นที่ใช้งานหลักภายในบ้าน เช่น ส่วนรับแขก ส่วนนั่งเล่น และส่วนรับประทานอาหาร เข้าด้วยกันโดยไม่ใช้ผนังกั้นทึบ แต่เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ ลำดับขั้นของฝ้าเพดาน หรือการเปลี่ยนวัสดุปูพื้นในการแบ่งฟังก์ชันแทน ช่วยให้พื้นที่ภายในบ้านดูโปร่งโล่งและกว้างขึ้น
การเว้นระยะร่นจากแนวเขตที่ดินถึงช่องเปิดขั้นต่ำอย่างน้อย 2 เมตร ตามกฎหมายกำหนด จะช่วยเพิ่มพื้นที่จัดสวนและทางเดินรอบบ้าน ทำให้สามารถเปิดช่องประตูกระจกบานใหญ่หรือหน้าต่างบานกว้างได้มากขึ้น ช่วยให้ลมพัดผ่านสะดวกและรับแสงสว่างจากธรรมชาติเข้ามาสู่ตัวบ้านได้เต็มที่

การสร้างบ้านชั้นเดียวบนที่ดินขนาดใหญ่ช่วยตัดปัญหาเรื่องการขึ้น - ลงบันได ลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุในผู้สูงอายุได้ดี พื้นที่กว้างยังเอื้อต่อการทำทางลาดตามหลัก Universal Design รองรับการใช้รถเข็น และสร้างความอุ่นใจในการอยู่อาศัยร่วมกันของคนทุกวัย
ลบภาพจำของบ้านชั้นเดียวเดิมๆ ด้วยการทลายผนังกั้นทึบระหว่างห้องนั่งเล่น ส่วนรับประทานอาหาร และมุมเตรียมอาหาร ให้กลายเป็นพื้นที่โถงขนาดใหญ่ การเชื่อมต่อลักษณะนี้ช่วยให้อากาศไหลเวียนสะดวก แสงสว่างส่องถึงทั่วทุกมุมบ้าน และทำให้ทุกคนมองเห็นกันได้ตลอดเวลา
ใช้ประโยชน์จากขนาดที่ดิน 100 ตารางวา ในการวางผังห้องให้ทอดยาวขนานไปกับสวนรอบบ้าน เน้นติดตั้งผนังกระจกใสบานใหญ่ตลอดแนวทางเดิน ช่วยให้ดึงสายตาออกสู่ธรรมชาติด้านนอก บ้านจึงดูโปร่งโล่ง ไม่รู้สึกอุดอู้ แม้ฟังก์ชันทุกอย่างจะรวมอยู่บนชั้นเดียว
โครงสร้างบ้านชั้นเดียวช่วยลดความยุ่งยากในการบำรุงรักษา ทั้งงานทาสี งานระบบประปา หรือการซ่อมแซมหลังคา นอกจากนี้ พื้นที่ดินที่เหลือว่างรอบอาคารยังเปิดโอกาสให้สามารถขยายพื้นที่ เช่น สร้างเรือนรับรองขนาดเล็ก แยกห้องทำงานส่วนตัว หรือทำสระว่ายน้ำเพิ่มได้โดยไม่กระทบโครงสร้างหลักของบ้าน
สำหรับผู้ที่สนใจแนวทางนี้และต้องการคำปรึกษาจากมืออาชีพ การเลือกใช้บริการจากบริษัทรับออกแบบบ้าน 100 ตารางวา ราคาเหมาะสมจะช่วยให้คุณได้บ้านที่คุ้มค่าและงบไม่บานปลาย
แบ่งฟังก์ชันการใช้งานแยกออกจากกันเด็ดขาด นิยมจัดพื้นที่ชั้นล่างให้เป็นส่วนรวมของครอบครัวและห้องทำงานส่วนตัว เพื่อความสะดวกในการติดต่อธุรกิจหรือต้อนรับแขก โดยไม่รบกวนพื้นที่พักผ่อนและความเป็นส่วนตัวของห้องนอนชั้นสอง
ยกระดับความผ่อนคลายในห้องนอนหลักด้วยการจัดวางตำแหน่งให้ยื่นออกไปฝั่งพื้นที่สวนตรงกลาง หรือออกแบบให้มีระเบียงกระจกบานใหญ่ที่เปิดรับมุมสีเขียวจากมุมสูง ช่วยสร้างบรรยากาศเงียบสงบ เหมือนมีโอเอซิสส่วนตัวให้ผ่อนคลายสายตาหลังจากเหนื่อยล้ามาทั้งวัน
เปิดพื้นที่บริเวณห้องนั่งเล่นชั้นล่างให้เชื่อมต่อขึ้นไปชั้นสองด้วยเพดานสูงพิเศษ ช่วยให้อากาศในบ้านถ่ายเทได้รวดเร็ว บ้านดูใหญ่ กว้างขวาง และเปิดโอกาสให้สมาชิกที่อยู่ต่างชั้นสามารถมองเห็นและมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันได้ง่ายขึ้น
โครงสร้างบ้านสองชั้นต้องดูแลความปลอดภัยที่ครอบคลุม การวางเลย์เอาต์ระบบกล้องวงจรอุปกรณ์ตรวจจับความเคลื่อนไหวแยกตามโซน รวมถึงการติดตั้งสวิตช์ไฟและระบบปรับอากาศอัจฉริยะที่สั่งการได้จากระยะไกล ช่วยให้การบริหารจัดการพลังงานและดูแลความปลอดภัยในบ้านหลังใหญ่ได้มีประสิทธิภาพ
สิ่งเหล่านี้ควรได้รับการวางแผนตั้งแต่เนิ่นๆ เลือกปรึกษากับบริษัทรับสร้างบ้านแบบบ้าน 100 ตารางวาที่แนะนำในไทย เพื่อให้ได้มาตรฐานงานระบบที่ปลอดภัย

จัดวางองค์ประกอบแบบน้อยแต่มาก ปูแผ่นหินสลับกับโรยกรวดโทนสีธรรมชาติเพื่อลดพื้นที่สนามหญ้า ประหยัดเวลาและลดภาระในการตัดแต่ง ปลูกต้นไม้ฟอร์มสวยโตช้าและใบร่วงน้อย ให้สวนดูเป็นระเบียบ และสงบผ่อนคลายอยู่เสมอ
ออกแบบเฉลียงไม้ระแนงหรือต่อเติมชานบ้านให้ยื่นออกไปสู่สวน ทำเป็นมุมนั่งเล่นรับลมธรรมชาติ หรือจะเลือกตั้ง Living Pod กระจกใสสำหรับใช้เป็นห้องทำงานในสวน ห้องโยคะ และมุมจิบชา ช่วยขยายพื้นที่ความสุขจากในบ้านให้ออกมาใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น
ที่ดิน 100 ตารางวาจำเป็นต้องวางระบบร่องระบายน้ำและบ่อพักรอบแนวรั้วอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันน้ำท่วมขัง พร้อมทำทางเดินสวนที่ใช้วัสดุกันลื่น ขนาดกว้างพอดี และติดตั้งไฟส่องสว่างตามทางเดินเพื่อความปลอดภัยในการเดินเล่นยามค่ำคืน
เลือกปลูกไม้ยืนต้นทรงสูงบริเวณทิศตะวันตกและทิศใต้เพื่อบล็อกแสงแดดไม่ให้ส่องกระทบตัวอาคารโดยตรง จัดวางตำแหน่งต้นไม้ริมรั้วเพื่อเป็นกำแพงธรรมชาติ ช่วยพรางสายตาจากคนข้างนอก เพิ่มความเป็นส่วนตัวและลดทอนเสียงรบกวนจากท้องถนนได้ดี
การเปิดโล่งพื้นที่จากชั้นล่างทะลุขึ้นถึงชั้นบนในบริเวณห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขก ช่วยให้มวลอากาศในบ้านไหลเวียนและระบายความร้อนขึ้นสู่ที่สูงได้ดีขึ้น ทั้งยังปรับเปลี่ยนบรรยากาศในบ้านให้ดูไม่อุดอู้ได้ด้วย
แทนที่ผนังทึบด้วยประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่สูงจรดฝ้าเพดานในฝั่งที่ติดกับสวนส่วนตัว ทำลายขอบเขตระหว่างพื้นที่อินดอร์และเอาต์ดอร์ ลวงตาให้รู้สึกว่าพื้นที่บ้านกว้างขึ้น และช่วยดึงแสงสว่างจากธรรมชาติเข้ามาหล่อเลี้ยงพื้นที่ข้างในได้เต็มที่
ออกแบบตำแหน่งหน้าต่างหรือช่องเปิดให้อยู่ตรงข้ามกันในระยะพอดี เพื่อสร้างทิศทางให้ลมพัดผ่านจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่งของบ้านได้สะดวก ให้อากาศถ่ายเทตลอดเวลา ลดการสะสมความร้อนและความชื้นโดยไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดวัน
ตกแต่งภายในด้วยโทนสีอ่อนเป็นหลัก เช่น สีขาว สีครีม หรือสีเทาอ่อน ควบคู่กับการเลือกใช้วัสดุที่มันวาวหรือโปร่งแสง เช่น ราวกันตกกระจกนิรภัย หรือเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นที่ทำจากอะคริลิกใส ช่วยให้แสงธรรมชาติกระจายตัวได้ดีและสร้างมิติให้บ้านดูโปร่งโล่ง สบายตา
การวางแผนการเงินเป็นสิ่งสำคัญ โดยเจ้าของบ้านควรประเมินค่าใช้จ่ายในการสร้างบ้าน 100 ตารางวา โดยประมาณจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ดังนี้ เพื่อให้คุมงบได้มีประสิทธิภาพ
ปัจจัยหลักที่กำหนดงบคือจำนวนพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด ยิ่งเลือกสร้างบ้านสองชั้นขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ใช้สอยมาก ค่าแรงและค่าวัสดุก่อสร้างพื้นฐานก็จะแปรผันตรงตามตารางเมตรที่เพิ่มขึ้น
รูปทรงของบ้านมีผลต่อความยากง่ายในงานวิศวกรรม เช่น สไตล์ Modern Luxury หรือบ้านผังรูปตัว U ที่ต้องใช้โครงสร้างคานยื่นยาว ผนังกระจกบานใหญ่พิเศษ หรือการทำฝ้าเพดานสูง จะมีต้นทุนโครงสร้างสูงกว่าบ้านทรงกล่องหรือทรงจั่วทั่วไป
การเลือกใช้วัสดุในหมวดงานสถาปัตยกรรมตั้งแต่ระดับมาตรฐานไปจนถึงระดับพรีเมียม เช่น วัสดุปูพื้น หินอ่อนแท้ สุขภัณฑ์นำเข้า หรือระบบกรอบประตูหน้าต่างอะลูมิเนียมแบรนด์สูง ส่งผลให้ค่าก่อสร้างเฉลี่ยต่อตารางเมตรขยับสูงขึ้นได้หลายเท่าตัว
ความสมบูรณ์ของชั้นดินในแต่ละพื้นที่ส่งผลต่อต้นทุน เช่น พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลจำเป็นต้องใช้เสาเข็มตอกยาวหรือเสาเข็มเจาะลึกเพื่อความปลอดภัย ในขณะที่พื้นที่ต่างจังหวัดบางแห่งอาจใช้เพียงฐานแผ่หรือเข็มสั้น ซึ่งช่วยประหยัดงบในส่วนนี้ได้มากกว่า
ที่ดินขนาด 100 ตารางวามักเหลือพื้นที่ว่างรอบอาคารค่อนข้างมาก งบจึงขึ้นอยู่กับขอบเขตงานภายนอกด้วย เช่น การวางระบบระบายน้ำรอบรั้ว การถมดินปรับภูมิทัศน์ การจัดสวนสไตล์ Zen การปูพื้นระแนงไม้เอาต์ดอร์ หรือการสร้างสระว่ายน้ำส่วนตัว
บ้านสองชั้นที่มีหน้าต่าง ช่องแสง หรือระเบียง ต้องเว้นระยะห่างจากแนวเขตที่ดินเพื่อนบ้านอย่างน้อย 2 เมตร แต่หากจำเป็นต้องสร้างชิดเขตโดยเว้นระยะร่นเพียง 50 เซนติเมตร ผนังฝั่งนั้นจะต้องเป็นผนังทึบสนิทและต้องได้รับหนังสือยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของที่ดินข้างๆ ก่อนเสมอ
การออกแบบพื้นที่ต้องมองเผื่ออนาคตในอีก 10 - 20 ปีข้างหน้า คำนวณถึงคนที่อาจเพิ่มขึ้น หรืออายุของคนในบ้าน เช่น การเตรียมห้องนอนล่างที่ไม่มีสเต็ปต่างระดับ ทำประตูเผื่อขนาดสำหรับรถเข็น และจัดพื้นที่ส่วนกลางให้ยืดหยุ่นพอที่จะปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานได้หลายรูปแบบ
นอกเหนือจากค่าโครงสร้างและตกแต่งสถาปัตยกรรมแล้ว บ้านบนที่ดินขนาดใหญ่จำเป็นต้องมีการวางแผนงบสำหรับงานระบบไฟฟ้า 3 เฟสเพื่อรองรับเครื่องปรับอากาศหลายเครื่องและการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงระบบปั๊มน้ำ แทงก์น้ำ และงานระบบระบายน้ำรอบตัวบ้านที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันปัญหาความชื้นและน้ำท่วมขังในระยะยาว
ก่อนเริ่มเขียนแบบแปลน จำเป็นต้องสำรวจทิศทางแสงแดดและลมประจำถิ่น เพื่อเลี่ยงการวางห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นหลักไว้ในทิศตะวันตกซึ่งสะสมความร้อนสูงในช่วงบ่าย และควรเปิดช่องเปิดในทิศใต้หรือทิศตะวันตกเฉียงใต้เพื่อรับลมมรสุม ช่วยให้อาคารเย็นสบายโดยธรรมชาติและประหยัดพลังงานไฟฟ้า

ออกแบบตัวอาคารให้มีชายคายื่นยาวเพื่อสร้างร่มเงา ลดการสะสมความร้อนในตัวบ้าน พร้อมติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาเพื่อผลิตไฟฟ้าไว้ใช้เองช่วงกลางวัน วางระบบสมาร์ตโฮมควบคุมการเปิด - ปิดไฟและเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ ช่วยให้บ้านขนาดใหญ่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เน้นการจัดผังบ้านรูปตัว L เพื่อเปิดรับทัศนียภาพของสระว่ายน้ำส่วนตัวและสวนป่าเขตร้อนที่ตั้งอยู่ใจกลางที่ดิน เลือกใช้ประตูกระจกบานเลื่อนแบบเปิดกว้างพิเศษเชื่อมต่อจากห้องนั่งเล่นออกสู่ชานระเบียงไม้ใหญ่ข้างนอก ให้ความรู้สึกเหมือนได้พักผ่อนในรีสอร์ตสุดหรูทุกวันโดยไม่ต้องออกเดินทางไกล
แบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งบนที่ดิน 100 ตารางวาเพื่อสร้างอาคารแยกส่วน (Glass House หรือ Pavilion) สำหรับใช้เป็นห้องทำงานสตูดิโอที่เงียบสงบ ห้องออกกำลังกาย หรือพื้นที่สร้างสรรค์งานอดิเรกส่วนตัว ช่วยให้แยกเวลาทำงานและการพักผ่อนออกจากกันได้ลงตัวในอาณาเขตบ้านเดิม
ออกแบบเลย์เอาต์ที่คำนึงถึงความสะดวกสบายของสมาชิกทุกคน ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงอายุ เน้นทางเดินโปร่งโล่ง ไม่มีธรณีประตูเพื่อลดการสะดุดล้ม จัดให้มีพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกันขนาดใหญ่ใจกลางบ้าน ควบคู่กับการแยกโซนห้องนอนเพื่อความเป็นส่วนตัวของแต่ละช่วงวัย
การออกแบบบ้าน 100 ตารางวาให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัย จำเป็นต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างตัวอาคารตามข้อกำหนดกฎหมายผังเมืองและการจัดสรรพื้นที่ว่างรอบอาคาร การวางเลย์เอาต์อัจฉริยะในรูปแบบตัว L หรือตัว U โอบล้อมคอร์ทยาร์ดส่วนตัว ช่วยดึงแสงธรรมชาติและการถ่ายเทอากาศที่ดีเข้าสู่ตัวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นบ้านชั้นเดียวที่เน้นความปลอดภัยเพื่อทุกคน หรือบ้านสองชั้นที่จัดแบ่งพื้นที่ใช้สอยได้เป็นสัดส่วน ควบคู่ไปกับการวางแผนงบและทิศทางแดดลมอย่างรอบคอบ
สำหรับใครที่กำลังมองหาบริษัทรับออกแบบบ้าน บริษัทรับสร้างบ้านที่มีรีวิวดีสำหรับแบบบ้าน 100 ตารางวา ที่ Tanda Design Studio พร้อมให้บริการออกแบบและวางแผนพื้นที่ใช้สอยครบวงจร โดยทีมสถาปนิกและวิศวกรผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตีโจทย์จากขนาดที่ดินจริงและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นบ้านสไตล์ลักซ์ชัวรี ห้องนอนเรียบหรูดูแพง หรือห้องแต่งตัว Walk-in Closet เพื่อสร้างสรรค์บ้านที่มีเอกลักษณ์ และถูกต้องตามหลักกฎหมายอาคารอย่างอุ่นใจ
สามารถสร้างบ้านเดี่ยว 100 ตารางวา ขนาดใหญ่พร้อมสวนและสระว่ายน้ำ หรือปรับเปลี่ยนเป็นอาคารสำนักงานและที่พักอาศัยขนาดเล็กได้ เนื่องจากมีพื้นที่ถึง 400 ตารางเมตร ซึ่งเพียงพอต่อการจัดสรรฟังก์ชันหลากหลายทั้งพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่กิจกรรมครอบครัว โดยต้องพิจารณาข้อกำหนดผังเมืองของพื้นที่นั้นประกอบด้วย
โดยทั่วไป สามารถสร้างบ้านเดี่ยวได้ 1 หลังบนที่ดินแปลงเดียว แต่ถ้าอยากสร้างมากกว่านั้นต้องตรวจสอบกฎหมายผังเมืองและการจัดสรรที่ดินให้ชัดเจน เพราะหากที่ดินยังไม่ได้แบ่งแยกโฉนด การสร้างหลายหลังอาจขัดต่อกฎหมายควบคุมอาคารที่กำหนดให้บ้านเดี่ยว 1 หลังต้องตั้งอยู่บนที่ดินที่ระบุไว้ชัดเจน
ขึ้นอยู่กับการออกแบบเลย์เอาต์ ไม่ใช่ขนาดที่ดินอย่างเดียว แต่โดยเฉลี่ยสามารถจัดสรรพื้นที่จอดรถได้ตั้งแต่ 4 - 6 คันหรือมากกว่านั้น ไม่เบียดเบียนพื้นที่ใช้สอยหลัก ทั้งนี้ ต้องพิจารณาการวางตำแหน่งอาคารและการเลือกใช้พื้นที่ส่วนหน้าบ้านหรือพื้นที่ด้านข้างมาเป็นโรงจอดรถให้เหมาะสม
ต้องออกแบบโดยคำนึงถึงค่า FAR (อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวม) และ OSR (พื้นที่ว่าง) รวมถึงต้องมีการเว้นระยะร่นตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ควรปรึกษาสถาปนิกและวิศวกรโครงสร้างเพื่อออกแบบระบบฐานรากที่รองรับน้ำหนักอาคาร 3 ชั้น และพิจารณาติดตั้งลิฟต์หรือบันไดที่สะดวกต่อการสัญจร
ควรสร้างพื้นที่ใช้สอยรวมไม่เกินค่า FAR ของผังเมืองในพื้นที่นั้นๆ โดยต้องเหลือพื้นที่ว่างรอบบ้านอย่างน้อย 30% หรือ 120 ตารางเมตรตามกฎหมาย ดังนั้น พื้นที่ตัวบ้านบนพื้นดินจึงควรอยู่ที่ประมาณ 280 ตารางเมตร ส่วนพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งหมดสามารถคำนวณโดยคูณจำนวนชั้นตามข้อกำหนดของแต่ละพื้นที่

2026-06-30
ภูมิปัญญาการสร้างที่อยู่อาศัยของไทยถูกส่งต่อและพัฒนามาไม่หยุดนิ่ง เพื่อให้อยู่กับสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้นได้ การเลือกดีไซน์บ้านจึงต้องผสมผสานประโยชน์ทั้งเรื่องค…
อ่านเพิ่ม →

2026-06-30
การ รีโนเวทตึกแถว รีโนเวทบ้าน หรือขยายพื้นที่บ้านเพื่อรองรับสมาชิกเพิ่มขึ้น มักเป็นไอเดียแรกๆ ที่หลายคนนึกถึงเมื่อต้องการเปลี่ยนบรรยากาศการอยู่อาศัย แต่เบื้องหล…
อ่านเพิ่ม →

2026-06-30
คิดว่าพื้นที่รูปแบบไหนในบ้านที่ทำให้ทุกคนอยากมาใช้เวลาร่วมกันมากที่สุด? ท่ามกลางยุคสมัยที่แต่ละคนต่างมีโลกส่วนตัวในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ จุดศูนย์รวมของบ้านจึงมีควา…
อ่านเพิ่ม →

2026-06-30
เคยสงสัยไหมว่าทำไมบ้านบางหลังจึงให้ความรู้สึกผ่อนคลายทันทีที่ก้าวเข้าไป เบื้องหลังความลงตัวนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นพลังของงานอินทีเรีย คือการออกแบบตกแต่ง…
อ่านเพิ่ม →

2026-06-03
การเริ่มต้นสร้างบ้านสักหลังคือการเปลี่ยนความคิดให้กลายเป็นพื้นที่ที่จับต้องได้ แต่ก่อนจะลงเสาเข็มมีเช็กลิสต์สำคัญที่ต้องทำความเข้าใจเพื่อป้องกันปัญหาชวนปวดหัวใน…
อ่านเพิ่ม →

2026-06-03
บ้านชั้นเดียวกลายเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ สำหรับคนที่ต้องการพื้นที่อยู่อาศัยที่ผ่อนคลาย ปลอดภัย และเชื่อมต่อทุกฟังก์ชันการใช้งานไว้ในระดับเดียวกันอย่างลงตัว บทควา…
อ่านเพิ่ม →

พื้นที่ดินขนาด 100 ตารางวา ถือเป็นขนาดที่ดินในฝันของใครหลายคน เพราะกว้างขวางพอที่จะสร้างบ้านในจินตนาการให้กลายเป็นจริงได้อย่างไร้ข้อจำกัด การออกแบบจึงเป็นการจัดสรรความสุขให้ลงตัวในทุกตารางเมตร วิธีวางผังแบบบ้าน 100 ตารางวา คือจัดแปลนแบบเปิดรูปตัว L หรือ U เพื่อโอบล้อมสวนส่วนตัว วางตำแหน่งรับลมธรรมชาติ หลบแดดบ่าย และเว้นระยะร่นรอบอาคารให้โปร่งโล่งน่าอยู่ บทความนี้จะพาทุกคนไปเปิดไอเดียการจัดการพื้นที่ผืนใหญ่ผืนนี้ ให้กลายเป็นบ้านที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ได้อย่างลงตัวและยั่งยืน
Summary
ขนาดที่ดิน 100 ตารางวา เท่ากับ 400 ตารางเมตร การจะสร้างบ้านได้ใหญ่แค่ไหนขึ้นอยู่กับค่า FAR (Floor Area Ratio) หรืออัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน และค่า OSR (Open Space Ratio) หรืออัตราส่วนของพื้นที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวม เช่น หากอยู่ในผังเมืองสีเหลือง (ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย) ที่มีค่า FAR เท่ากับ 2 และ OSR เท่ากับ 15% จะสามารถสร้างพื้นที่ใช้สอยรวมทุกชั้นได้สูงสุดถึง 800 ตารางเมตร โดยต้องมีพื้นที่ว่างโล่งที่ไม่มีหลังคาคลุมอย่างน้อย 120 ตารางเมตร
ตามกฎหมายควบคุมอาคารสำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป กำหนดให้ต้องมีพื้นที่ว่างเปิดโล่งไม่น้อยกว่า 30% ของพื้นที่ดินทั้งหมด ซึ่งคิดเป็นพื้นที่ว่างอย่างน้อย 120 ตารางเมตรสำหรับที่ดินขนาด 100 ตารางวา ทำให้เหลือพื้นที่สำหรับวางโครงสร้างตัวบ้านบนพื้นดินได้สูงสุด 70% หรือไม่เกิน 280 ตารางเมตร ซึ่งเอื้อต่อการจัดสรรพื้นที่ให้มีทั้งตัวอาคารใหญ่และสวนสีเขียวรอบบ้านไปพร้อมกัน จึงจัดเป็นแบบบ้าน 100 ตารางวาที่เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลางไปจนถึงครอบครัวใหญ่ได้สบายๆ
จัดวางตำแหน่งตัวอาคารให้โอบล้อมพื้นที่สวนตรงกลาง ช่วยสร้างพื้นที่สีเขียวส่วนตัว ลดความอึดอัดของผนังปูนทึบ เพิ่มมุมมองจากภายในบ้านให้มองเห็นธรรมชาติได้จากทุกห้อง และช่วยแยกสัดส่วนการใช้งานของสมาชิกในบ้านได้อย่างลงตัว
วางตำแหน่งห้องที่ใช้งานบ่อย เช่น ห้องนั่งเล่นและห้องนอน ไว้ในทิศเหนือหรือทิศตะวันออกเพื่อรับแสงแดดยามเช้าและหลบแดดบ่ายร้อนระอุ ส่วนห้องน้ำ ห้องครัว และพื้นที่ซักล้างควรจัดไว้ทางทิศใต้หรือทิศตะวันตก เพื่อใช้ประโยชน์จากแสงแดดในการฆ่าเชื้อโรคและลดความอับชื้น
เชื่อมโยงพื้นที่ใช้งานหลักภายในบ้าน เช่น ส่วนรับแขก ส่วนนั่งเล่น และส่วนรับประทานอาหาร เข้าด้วยกันโดยไม่ใช้ผนังกั้นทึบ แต่เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ ลำดับขั้นของฝ้าเพดาน หรือการเปลี่ยนวัสดุปูพื้นในการแบ่งฟังก์ชันแทน ช่วยให้พื้นที่ภายในบ้านดูโปร่งโล่งและกว้างขึ้น
การเว้นระยะร่นจากแนวเขตที่ดินถึงช่องเปิดขั้นต่ำอย่างน้อย 2 เมตร ตามกฎหมายกำหนด จะช่วยเพิ่มพื้นที่จัดสวนและทางเดินรอบบ้าน ทำให้สามารถเปิดช่องประตูกระจกบานใหญ่หรือหน้าต่างบานกว้างได้มากขึ้น ช่วยให้ลมพัดผ่านสะดวกและรับแสงสว่างจากธรรมชาติเข้ามาสู่ตัวบ้านได้เต็มที่

การสร้างบ้านชั้นเดียวบนที่ดินขนาดใหญ่ช่วยตัดปัญหาเรื่องการขึ้น - ลงบันได ลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุในผู้สูงอายุได้ดี พื้นที่กว้างยังเอื้อต่อการทำทางลาดตามหลัก Universal Design รองรับการใช้รถเข็น และสร้างความอุ่นใจในการอยู่อาศัยร่วมกันของคนทุกวัย
ลบภาพจำของบ้านชั้นเดียวเดิมๆ ด้วยการทลายผนังกั้นทึบระหว่างห้องนั่งเล่น ส่วนรับประทานอาหาร และมุมเตรียมอาหาร ให้กลายเป็นพื้นที่โถงขนาดใหญ่ การเชื่อมต่อลักษณะนี้ช่วยให้อากาศไหลเวียนสะดวก แสงสว่างส่องถึงทั่วทุกมุมบ้าน และทำให้ทุกคนมองเห็นกันได้ตลอดเวลา
ใช้ประโยชน์จากขนาดที่ดิน 100 ตารางวา ในการวางผังห้องให้ทอดยาวขนานไปกับสวนรอบบ้าน เน้นติดตั้งผนังกระจกใสบานใหญ่ตลอดแนวทางเดิน ช่วยให้ดึงสายตาออกสู่ธรรมชาติด้านนอก บ้านจึงดูโปร่งโล่ง ไม่รู้สึกอุดอู้ แม้ฟังก์ชันทุกอย่างจะรวมอยู่บนชั้นเดียว
โครงสร้างบ้านชั้นเดียวช่วยลดความยุ่งยากในการบำรุงรักษา ทั้งงานทาสี งานระบบประปา หรือการซ่อมแซมหลังคา นอกจากนี้ พื้นที่ดินที่เหลือว่างรอบอาคารยังเปิดโอกาสให้สามารถขยายพื้นที่ เช่น สร้างเรือนรับรองขนาดเล็ก แยกห้องทำงานส่วนตัว หรือทำสระว่ายน้ำเพิ่มได้โดยไม่กระทบโครงสร้างหลักของบ้าน
สำหรับผู้ที่สนใจแนวทางนี้และต้องการคำปรึกษาจากมืออาชีพ การเลือกใช้บริการจากบริษัทรับออกแบบบ้าน 100 ตารางวา ราคาเหมาะสมจะช่วยให้คุณได้บ้านที่คุ้มค่าและงบไม่บานปลาย
แบ่งฟังก์ชันการใช้งานแยกออกจากกันเด็ดขาด นิยมจัดพื้นที่ชั้นล่างให้เป็นส่วนรวมของครอบครัวและห้องทำงานส่วนตัว เพื่อความสะดวกในการติดต่อธุรกิจหรือต้อนรับแขก โดยไม่รบกวนพื้นที่พักผ่อนและความเป็นส่วนตัวของห้องนอนชั้นสอง
ยกระดับความผ่อนคลายในห้องนอนหลักด้วยการจัดวางตำแหน่งให้ยื่นออกไปฝั่งพื้นที่สวนตรงกลาง หรือออกแบบให้มีระเบียงกระจกบานใหญ่ที่เปิดรับมุมสีเขียวจากมุมสูง ช่วยสร้างบรรยากาศเงียบสงบ เหมือนมีโอเอซิสส่วนตัวให้ผ่อนคลายสายตาหลังจากเหนื่อยล้ามาทั้งวัน
เปิดพื้นที่บริเวณห้องนั่งเล่นชั้นล่างให้เชื่อมต่อขึ้นไปชั้นสองด้วยเพดานสูงพิเศษ ช่วยให้อากาศในบ้านถ่ายเทได้รวดเร็ว บ้านดูใหญ่ กว้างขวาง และเปิดโอกาสให้สมาชิกที่อยู่ต่างชั้นสามารถมองเห็นและมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันได้ง่ายขึ้น
โครงสร้างบ้านสองชั้นต้องดูแลความปลอดภัยที่ครอบคลุม การวางเลย์เอาต์ระบบกล้องวงจรอุปกรณ์ตรวจจับความเคลื่อนไหวแยกตามโซน รวมถึงการติดตั้งสวิตช์ไฟและระบบปรับอากาศอัจฉริยะที่สั่งการได้จากระยะไกล ช่วยให้การบริหารจัดการพลังงานและดูแลความปลอดภัยในบ้านหลังใหญ่ได้มีประสิทธิภาพ
สิ่งเหล่านี้ควรได้รับการวางแผนตั้งแต่เนิ่นๆ เลือกปรึกษากับบริษัทรับสร้างบ้านแบบบ้าน 100 ตารางวาที่แนะนำในไทย เพื่อให้ได้มาตรฐานงานระบบที่ปลอดภัย

จัดวางองค์ประกอบแบบน้อยแต่มาก ปูแผ่นหินสลับกับโรยกรวดโทนสีธรรมชาติเพื่อลดพื้นที่สนามหญ้า ประหยัดเวลาและลดภาระในการตัดแต่ง ปลูกต้นไม้ฟอร์มสวยโตช้าและใบร่วงน้อย ให้สวนดูเป็นระเบียบ และสงบผ่อนคลายอยู่เสมอ
ออกแบบเฉลียงไม้ระแนงหรือต่อเติมชานบ้านให้ยื่นออกไปสู่สวน ทำเป็นมุมนั่งเล่นรับลมธรรมชาติ หรือจะเลือกตั้ง Living Pod กระจกใสสำหรับใช้เป็นห้องทำงานในสวน ห้องโยคะ และมุมจิบชา ช่วยขยายพื้นที่ความสุขจากในบ้านให้ออกมาใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น
ที่ดิน 100 ตารางวาจำเป็นต้องวางระบบร่องระบายน้ำและบ่อพักรอบแนวรั้วอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันน้ำท่วมขัง พร้อมทำทางเดินสวนที่ใช้วัสดุกันลื่น ขนาดกว้างพอดี และติดตั้งไฟส่องสว่างตามทางเดินเพื่อความปลอดภัยในการเดินเล่นยามค่ำคืน
เลือกปลูกไม้ยืนต้นทรงสูงบริเวณทิศตะวันตกและทิศใต้เพื่อบล็อกแสงแดดไม่ให้ส่องกระทบตัวอาคารโดยตรง จัดวางตำแหน่งต้นไม้ริมรั้วเพื่อเป็นกำแพงธรรมชาติ ช่วยพรางสายตาจากคนข้างนอก เพิ่มความเป็นส่วนตัวและลดทอนเสียงรบกวนจากท้องถนนได้ดี
การเปิดโล่งพื้นที่จากชั้นล่างทะลุขึ้นถึงชั้นบนในบริเวณห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขก ช่วยให้มวลอากาศในบ้านไหลเวียนและระบายความร้อนขึ้นสู่ที่สูงได้ดีขึ้น ทั้งยังปรับเปลี่ยนบรรยากาศในบ้านให้ดูไม่อุดอู้ได้ด้วย
แทนที่ผนังทึบด้วยประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่สูงจรดฝ้าเพดานในฝั่งที่ติดกับสวนส่วนตัว ทำลายขอบเขตระหว่างพื้นที่อินดอร์และเอาต์ดอร์ ลวงตาให้รู้สึกว่าพื้นที่บ้านกว้างขึ้น และช่วยดึงแสงสว่างจากธรรมชาติเข้ามาหล่อเลี้ยงพื้นที่ข้างในได้เต็มที่
ออกแบบตำแหน่งหน้าต่างหรือช่องเปิดให้อยู่ตรงข้ามกันในระยะพอดี เพื่อสร้างทิศทางให้ลมพัดผ่านจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่งของบ้านได้สะดวก ให้อากาศถ่ายเทตลอดเวลา ลดการสะสมความร้อนและความชื้นโดยไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดวัน
ตกแต่งภายในด้วยโทนสีอ่อนเป็นหลัก เช่น สีขาว สีครีม หรือสีเทาอ่อน ควบคู่กับการเลือกใช้วัสดุที่มันวาวหรือโปร่งแสง เช่น ราวกันตกกระจกนิรภัย หรือเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นที่ทำจากอะคริลิกใส ช่วยให้แสงธรรมชาติกระจายตัวได้ดีและสร้างมิติให้บ้านดูโปร่งโล่ง สบายตา
การวางแผนการเงินเป็นสิ่งสำคัญ โดยเจ้าของบ้านควรประเมินค่าใช้จ่ายในการสร้างบ้าน 100 ตารางวา โดยประมาณจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ดังนี้ เพื่อให้คุมงบได้มีประสิทธิภาพ
ปัจจัยหลักที่กำหนดงบคือจำนวนพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด ยิ่งเลือกสร้างบ้านสองชั้นขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ใช้สอยมาก ค่าแรงและค่าวัสดุก่อสร้างพื้นฐานก็จะแปรผันตรงตามตารางเมตรที่เพิ่มขึ้น
รูปทรงของบ้านมีผลต่อความยากง่ายในงานวิศวกรรม เช่น สไตล์ Modern Luxury หรือบ้านผังรูปตัว U ที่ต้องใช้โครงสร้างคานยื่นยาว ผนังกระจกบานใหญ่พิเศษ หรือการทำฝ้าเพดานสูง จะมีต้นทุนโครงสร้างสูงกว่าบ้านทรงกล่องหรือทรงจั่วทั่วไป
การเลือกใช้วัสดุในหมวดงานสถาปัตยกรรมตั้งแต่ระดับมาตรฐานไปจนถึงระดับพรีเมียม เช่น วัสดุปูพื้น หินอ่อนแท้ สุขภัณฑ์นำเข้า หรือระบบกรอบประตูหน้าต่างอะลูมิเนียมแบรนด์สูง ส่งผลให้ค่าก่อสร้างเฉลี่ยต่อตารางเมตรขยับสูงขึ้นได้หลายเท่าตัว
ความสมบูรณ์ของชั้นดินในแต่ละพื้นที่ส่งผลต่อต้นทุน เช่น พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลจำเป็นต้องใช้เสาเข็มตอกยาวหรือเสาเข็มเจาะลึกเพื่อความปลอดภัย ในขณะที่พื้นที่ต่างจังหวัดบางแห่งอาจใช้เพียงฐานแผ่หรือเข็มสั้น ซึ่งช่วยประหยัดงบในส่วนนี้ได้มากกว่า
ที่ดินขนาด 100 ตารางวามักเหลือพื้นที่ว่างรอบอาคารค่อนข้างมาก งบจึงขึ้นอยู่กับขอบเขตงานภายนอกด้วย เช่น การวางระบบระบายน้ำรอบรั้ว การถมดินปรับภูมิทัศน์ การจัดสวนสไตล์ Zen การปูพื้นระแนงไม้เอาต์ดอร์ หรือการสร้างสระว่ายน้ำส่วนตัว
บ้านสองชั้นที่มีหน้าต่าง ช่องแสง หรือระเบียง ต้องเว้นระยะห่างจากแนวเขตที่ดินเพื่อนบ้านอย่างน้อย 2 เมตร แต่หากจำเป็นต้องสร้างชิดเขตโดยเว้นระยะร่นเพียง 50 เซนติเมตร ผนังฝั่งนั้นจะต้องเป็นผนังทึบสนิทและต้องได้รับหนังสือยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของที่ดินข้างๆ ก่อนเสมอ
การออกแบบพื้นที่ต้องมองเผื่ออนาคตในอีก 10 - 20 ปีข้างหน้า คำนวณถึงคนที่อาจเพิ่มขึ้น หรืออายุของคนในบ้าน เช่น การเตรียมห้องนอนล่างที่ไม่มีสเต็ปต่างระดับ ทำประตูเผื่อขนาดสำหรับรถเข็น และจัดพื้นที่ส่วนกลางให้ยืดหยุ่นพอที่จะปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานได้หลายรูปแบบ
นอกเหนือจากค่าโครงสร้างและตกแต่งสถาปัตยกรรมแล้ว บ้านบนที่ดินขนาดใหญ่จำเป็นต้องมีการวางแผนงบสำหรับงานระบบไฟฟ้า 3 เฟสเพื่อรองรับเครื่องปรับอากาศหลายเครื่องและการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงระบบปั๊มน้ำ แทงก์น้ำ และงานระบบระบายน้ำรอบตัวบ้านที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันปัญหาความชื้นและน้ำท่วมขังในระยะยาว
ก่อนเริ่มเขียนแบบแปลน จำเป็นต้องสำรวจทิศทางแสงแดดและลมประจำถิ่น เพื่อเลี่ยงการวางห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นหลักไว้ในทิศตะวันตกซึ่งสะสมความร้อนสูงในช่วงบ่าย และควรเปิดช่องเปิดในทิศใต้หรือทิศตะวันตกเฉียงใต้เพื่อรับลมมรสุม ช่วยให้อาคารเย็นสบายโดยธรรมชาติและประหยัดพลังงานไฟฟ้า

ออกแบบตัวอาคารให้มีชายคายื่นยาวเพื่อสร้างร่มเงา ลดการสะสมความร้อนในตัวบ้าน พร้อมติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาเพื่อผลิตไฟฟ้าไว้ใช้เองช่วงกลางวัน วางระบบสมาร์ตโฮมควบคุมการเปิด - ปิดไฟและเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ ช่วยให้บ้านขนาดใหญ่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เน้นการจัดผังบ้านรูปตัว L เพื่อเปิดรับทัศนียภาพของสระว่ายน้ำส่วนตัวและสวนป่าเขตร้อนที่ตั้งอยู่ใจกลางที่ดิน เลือกใช้ประตูกระจกบานเลื่อนแบบเปิดกว้างพิเศษเชื่อมต่อจากห้องนั่งเล่นออกสู่ชานระเบียงไม้ใหญ่ข้างนอก ให้ความรู้สึกเหมือนได้พักผ่อนในรีสอร์ตสุดหรูทุกวันโดยไม่ต้องออกเดินทางไกล
แบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งบนที่ดิน 100 ตารางวาเพื่อสร้างอาคารแยกส่วน (Glass House หรือ Pavilion) สำหรับใช้เป็นห้องทำงานสตูดิโอที่เงียบสงบ ห้องออกกำลังกาย หรือพื้นที่สร้างสรรค์งานอดิเรกส่วนตัว ช่วยให้แยกเวลาทำงานและการพักผ่อนออกจากกันได้ลงตัวในอาณาเขตบ้านเดิม
ออกแบบเลย์เอาต์ที่คำนึงถึงความสะดวกสบายของสมาชิกทุกคน ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงอายุ เน้นทางเดินโปร่งโล่ง ไม่มีธรณีประตูเพื่อลดการสะดุดล้ม จัดให้มีพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกันขนาดใหญ่ใจกลางบ้าน ควบคู่กับการแยกโซนห้องนอนเพื่อความเป็นส่วนตัวของแต่ละช่วงวัย
การออกแบบบ้าน 100 ตารางวาให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัย จำเป็นต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างตัวอาคารตามข้อกำหนดกฎหมายผังเมืองและการจัดสรรพื้นที่ว่างรอบอาคาร การวางเลย์เอาต์อัจฉริยะในรูปแบบตัว L หรือตัว U โอบล้อมคอร์ทยาร์ดส่วนตัว ช่วยดึงแสงธรรมชาติและการถ่ายเทอากาศที่ดีเข้าสู่ตัวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นบ้านชั้นเดียวที่เน้นความปลอดภัยเพื่อทุกคน หรือบ้านสองชั้นที่จัดแบ่งพื้นที่ใช้สอยได้เป็นสัดส่วน ควบคู่ไปกับการวางแผนงบและทิศทางแดดลมอย่างรอบคอบ
สำหรับใครที่กำลังมองหาบริษัทรับออกแบบบ้าน บริษัทรับสร้างบ้านที่มีรีวิวดีสำหรับแบบบ้าน 100 ตารางวา ที่ Tanda Design Studio พร้อมให้บริการออกแบบและวางแผนพื้นที่ใช้สอยครบวงจร โดยทีมสถาปนิกและวิศวกรผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตีโจทย์จากขนาดที่ดินจริงและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นบ้านสไตล์ลักซ์ชัวรี ห้องนอนเรียบหรูดูแพง หรือห้องแต่งตัว Walk-in Closet เพื่อสร้างสรรค์บ้านที่มีเอกลักษณ์ และถูกต้องตามหลักกฎหมายอาคารอย่างอุ่นใจ
สามารถสร้างบ้านเดี่ยว 100 ตารางวา ขนาดใหญ่พร้อมสวนและสระว่ายน้ำ หรือปรับเปลี่ยนเป็นอาคารสำนักงานและที่พักอาศัยขนาดเล็กได้ เนื่องจากมีพื้นที่ถึง 400 ตารางเมตร ซึ่งเพียงพอต่อการจัดสรรฟังก์ชันหลากหลายทั้งพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่กิจกรรมครอบครัว โดยต้องพิจารณาข้อกำหนดผังเมืองของพื้นที่นั้นประกอบด้วย
โดยทั่วไป สามารถสร้างบ้านเดี่ยวได้ 1 หลังบนที่ดินแปลงเดียว แต่ถ้าอยากสร้างมากกว่านั้นต้องตรวจสอบกฎหมายผังเมืองและการจัดสรรที่ดินให้ชัดเจน เพราะหากที่ดินยังไม่ได้แบ่งแยกโฉนด การสร้างหลายหลังอาจขัดต่อกฎหมายควบคุมอาคารที่กำหนดให้บ้านเดี่ยว 1 หลังต้องตั้งอยู่บนที่ดินที่ระบุไว้ชัดเจน
ขึ้นอยู่กับการออกแบบเลย์เอาต์ ไม่ใช่ขนาดที่ดินอย่างเดียว แต่โดยเฉลี่ยสามารถจัดสรรพื้นที่จอดรถได้ตั้งแต่ 4 - 6 คันหรือมากกว่านั้น ไม่เบียดเบียนพื้นที่ใช้สอยหลัก ทั้งนี้ ต้องพิจารณาการวางตำแหน่งอาคารและการเลือกใช้พื้นที่ส่วนหน้าบ้านหรือพื้นที่ด้านข้างมาเป็นโรงจอดรถให้เหมาะสม
ต้องออกแบบโดยคำนึงถึงค่า FAR (อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวม) และ OSR (พื้นที่ว่าง) รวมถึงต้องมีการเว้นระยะร่นตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ควรปรึกษาสถาปนิกและวิศวกรโครงสร้างเพื่อออกแบบระบบฐานรากที่รองรับน้ำหนักอาคาร 3 ชั้น และพิจารณาติดตั้งลิฟต์หรือบันไดที่สะดวกต่อการสัญจร
ควรสร้างพื้นที่ใช้สอยรวมไม่เกินค่า FAR ของผังเมืองในพื้นที่นั้นๆ โดยต้องเหลือพื้นที่ว่างรอบบ้านอย่างน้อย 30% หรือ 120 ตารางเมตรตามกฎหมาย ดังนั้น พื้นที่ตัวบ้านบนพื้นดินจึงควรอยู่ที่ประมาณ 280 ตารางเมตร ส่วนพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งหมดสามารถคำนวณโดยคูณจำนวนชั้นตามข้อกำหนดของแต่ละพื้นที่