แบบบ้านยกพื้นสูง เสน่ห์งานดีไซน์วิถีไทย ไลฟ์สไตลโปร่งสบายยั่งยืน
แชร์

ภูมิปัญญาการสร้างที่อยู่อาศัยของไทยถูกส่งต่อและพัฒนามาไม่หยุดนิ่ง เพื่อให้อยู่กับสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้นได้ การเลือกดีไซน์บ้านจึงต้องผสมผสานประโยชน์ทั้งเรื่องความสบายและความสวยงามเข้าด้วยกัน ซึ่งดีไซน์แบบบ้านยกพื้นสูงที่เหมาะกับไทย คือการยกพื้นสูงเปิดใต้ถุนโล่งระบายความร้อน ทำหลังคาจั่วชายคายื่นยาวกันแดดฝน และเปิดช่องแสงรับลมธรรมชาติเพื่อบ้านโปร่งสบาย 

หมดยุคบ้านอบอ้าวในหน้าแล้งและหมดกังวลเรื่องความชื้นในหน้าฝน บทความนี้จะชวนทุกคนไปค้นหาเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมที่ก้าวข้ามกาลเวลา  พร้อมไอเดียการประยุกต์ใช้ในการสร้างบ้านยุคใหม่ที่ตอบรับกับวิถีชีวิตปัจจุบันได้อย่างลงตัว 

 

Summary

  • ข้อดีของแบบบ้านยกพื้นสูง ช่วยเปิดทิศทางให้เกิดการระบายอากาศข้ามฝั่งใต้ตัวอาคารเพื่อไล่ความร้อน ตัดวงจรความชื้นสะสมจากผิวดิน และป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังได้ดี ทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ใต้ถุนเป็นพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ของครอบครัวได้หลากหลาย
  • ข้อจำกัดของแบบบ้านยกสูง คือมีต้นทุนงานโครงสร้างและฐานรากที่สูงขึ้นเนื่องจากต้องรับแรงบิดมากกว่าปกติ อีกทั้งงานระบบสุขาภิบาลใต้ท้องพื้นมีความซับซ้อน และการมีบันไดสูงอาจเป็นอุปสรรคต่อการใช้งานของผู้สูงอายุในระยะยาวหากไม่ได้เตรียมแนวทางรองรับ
  • การออกแบบบ้านทรงสูงที่เหมาะกับภูมิอากาศของไทย นิยมยกใต้ถุนเปิดโล่งสูงกว่า 2.2 เมตรเพื่อดักลม ควบคู่กับการทำหลังคาทรงจั่วชายคายื่นยาว 1.5 - 2 เมตรเพื่อกันแดดฝน และการออกแบบโถงเพดานสูงร่วมกับแผงระแนงไม้เพื่อช่วยระบายความร้อนสะสมและกรองแสงแดด

แนวคิดและไอเดียแบบบ้านยกพื้นสูงยุคใหม่ 

รู้ไหม? ว่าเสน่ห์ของใต้ถุนเรือนไทยในอดีตกำลังกลับมาสร้างสีสันให้กับการอยู่อาศัยในเมืองใหญ่ วิวัฒนาการจากใต้ถุนสูงแบบดั้งเดิมถูกหยิบมาปัดฝุ่นใหม่ กลายเป็นบ้านยกพื้นสูงที่มีเส้นสายทันสมัยเข้ากับยุคปัจจุบัน แต่ยังทำหน้าที่บล็อกความร้อนจากพื้นดินและช่วยให้ลมพัดผ่านตัวบ้านได้เย็นสบายเหมือนเดิม 

 

เพิ่มเติมคือการเล่นระดับความสูงหรือสเต็ปพื้นด้านล่างให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมือง เช่น การยกพื้นสูงขึ้นมาประมาณ 1 - 1.5 เมตร เพื่อทำเป็นโรงจอดรถใต้ตัวบ้าน ชานพักนั่งเล่นรับลมนอกบ้าน หรือทำสเต็ปบันไดเตี้ยๆ เชื่อมต่อเข้าสู่พื้นที่สวนได้อย่างเป็นธรรมชาติ การวางผังแบบนี้ช่วยให้บ้านดูมีมิติ ไม่จำเจ แถมยังแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมขังและเพิ่มความรู้สึกปลอดภัย เป็นส่วนตัว 

โดยไม่ต้องทำรั้วทึบให้รู้สึกอึดอัดเลย

 

เจาะลึกข้อดีของแบบบ้านยกพื้นสูงที่อาจคาดไม่ถึง

เจาะลึกข้อดีของแบบบ้านยกพื้นสูงที่อาจคาดไม่ถึง

การเลือกสไตล์ที่อยู่อาศัยให้เหมาะกับสภาพภูมิประเทศเป็นสิ่งสำคัญ เจ้าของบ้านหลายคนจึงมักเริ่มต้นศึกษาหาข้อดีข้อเสียของการสร้างบ้านยกพื้นสูงเพื่อนำมาเปรียบเทียบและประเมินความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจลงมือก่อสร้างจริง

 

  • การระบายอากาศข้ามฝั่งใต้ตัวอาคาร การยกตัวบ้านให้ลอยขึ้นจากพื้นดินช่วยเปิดทางให้ลมพัดผ่านด้านใต้ของอาคารได้สะดวก ช่วยพัดเอาความร้อนสะสมที่แผ่ขึ้นมาจากผิวดินออกไป ทำให้พื้นบ้านเย็นสบายและลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศได้มีประสิทธิภาพ
  • ป้องกันน้ำท่วมขังและความชื้นสะสมจากผิวดิน นอกเหนือจากการรับมือสถานการณ์น้ำรอการระบายแล้ว การยกพื้นสูงยังช่วยตัดวงจรความชื้นจากดินที่มักซึมผ่านขึ้นมาทำลายโครงสร้าง ผิววัสดุ และเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน ทั้งยังลดกลิ่นอับและช่วยยืดอายุการใช้งานของบ้านให้นานขึ้น
  • เพิ่มพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ส่วนใต้ถุนบ้าน พื้นที่ร่มใต้ถุนที่เกิดจากการยกสูงสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้หลากหลายตามความต้องการ เช่น ทำเป็นโรงจอดรถที่หลบแดดได้ตลอดวัน มุมเวิร์กชอปสำหรับงานอดิเรก พื้นที่นั่งเล่นสังสรรค์ในครอบครัว หรือมุมนอนเปลรับลมเย็นๆ โดยไม่ต้องต่อเติมอาคารเพิ่ม
  • บำรุงรักษางานระบบสุขาภิบาลสะดวก โครงสร้างที่ยกสูงขึ้นทำให้มีช่องว่างระหว่างพื้นบ้านกับผิวดิน เอื้อให้ช่างเข้าไปตรวจสอบ ซ่อมแซม หรือวางท่อน้ำดี ท่อน้ำทิ้ง และระบบกำจัดปลวกใต้หมวดงานวิศวกรรมได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องทุบพื้นบ้านให้เกิดความเสียหายและเปลืองเงิน  

ข้อจำกัดของแบบบ้านยกพื้นสูงที่ต้องเตรียมรับมือ

  • ต้นทุนโครงสร้างและฐานรากที่สูงขึ้น เนื่องจากเสาและคานต้องรับแรงบิดและน้ำหนักมากกว่าปกติ การเลือกใช้ผู้รับเหมาสร้างบ้านยกพื้นสูงที่มีประสบการณ์จะช่วยให้การคำนวณหน้าตัดเสาและปริมาณเหล็กเสริมถูกต้องตามหลักวิศวกรรมและปลอดภัย 
  • งานระบบสุขาภิบาลซับซ้อน ท่อน้ำดีและท่อน้ำทิ้งที่วิ่งอยู่ใต้ท้องพื้นบ้านจะถูกเปิดโล่งให้เห็นชัด ถ้าไม่มีการวางแนวท่อและตำแหน่งถังบำบัดอย่างรอบคอบตั้งแต่ตอนออกแบบ จะทำให้บรรยากาศรอบบ้านดูไม่ดี และต้องเลือกใช้วัสดุท่อที่ทนทานต่อแสงแดดและสภาพอากาศเพื่อป้องกันการกรอบแตกด้วย
  • อุปสรรคต่อผู้สูงอายุระยะยาว การยกบ้านสูงทำให้จำเป็นต้องมีบันไดหลายขั้นในการเข้า - ออก ซึ่งไม่ตอบโจทย์ตามหลัก Universal Design สำหรับบ้านที่มีผู้สูงวัยหรือผู้ใช้รถเข็น และหากต้องการทำทางลาดเอียงที่ได้มาตรฐานปลอดภัย ก็จำเป็นต้องเผื่อพื้นที่แนวราบรอบตัวบ้านไว้ค่อนข้างยาวมาก
  • ปัญหาสัตว์มีพิษและฝุ่นสะสมในจุดอับใต้บ้าน พื้นที่ว่างใต้ท้องพื้นในส่วนที่สูงไม่มากกลายเป็นจุดอับสายตาที่เข้าไปทำความสะอาดยาก ทำให้เกิดการสะสมของเศษใบไม้แห้ง ฝุ่นละออง และอาจกลายเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์มีพิษหรือแมลงต่างๆ เจ้าของบ้านจึงต้องติดตั้งตะแกรงปิดล้อมรอบเพื่อป้องกันหนูหรืองูเข้ามาอยู่อาศัย

 

9 ตัวอย่างการออกแบบที่เหมาะกับภูมิอากาศของไทย

 

9 ตัวอย่างการออกแบบที่เหมาะกับภูมิอากาศของไทย

เมืองไทยขึ้นชื่อเรื่องอากาศร้อนชื้นและฝนตกชุก การออกแบบบ้านจึงต้องคิดให้รอบคอบมากกว่าแค่ความสวยงาม มาลองดู 9 แนวคิดที่ปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศบ้านเราได้อย่างกลมกลืน ช่วยให้บ้านเย็นสบาย ประหยัดพลังงาน และใช้งานได้จริงในทุกฤดูกาลตลอดทั้งปี

 

1. ใต้ถุนโล่งเปิดรับลม 

การยกพื้นบ้านให้สูงตั้งแต่ 2.2 เมตรขึ้นไปแล้วปล่อยพื้นที่ด้านล่างให้โล่ง ถือเป็นภูมิปัญญาที่ดี เพราะนอกจากจะช่วยให้ลมธรรมชาติพัดผ่านตัวอาคารไปมาได้สะดวกรวดเร็วเพื่อดับความร้อนสะสมแล้ว ใต้ถุนโล่งๆ แบบนี้ยังกลายเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ของทุกคนในครอบครัวด้วย  

 

สำหรับใครที่กำลังมองหาทีมงานมาเนรมิตพื้นที่ลักษณะนี้ ลองค้นหาผู้รับเหมาสร้างบ้านยกพื้นสูงที่มีรีวิวดีเพื่อเข้ามาช่วยวางผังโครงสร้างใต้ถุนให้โปร่งโล่งและใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะใช้นั่งล้อมวงกินข้าว ปูเสื่อนอนกลางวันรับลมเย็นๆ หรือให้เด็กๆ วิ่งเล่นทำกิจกรรมได้ตลอดทั้งวันโดยไม่ต้องเปิดแอร์เลย

2. ชานระเบียงกว้างเชื่อมธรรมชาติ

มาออกแบบชานระเบียงใหญ่ข้างนอกที่เชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นกันดีกว่า พื้นที่ตรงนี้จะทำหน้าที่เหมือนกันชนคอยช่วยกรองแสงแดดร้อนแรงไม่ให้ส่องเข้าบ้านโดยตรง แถมยังเป็นพื้นที่พักผ่อนกึ่งเอาต์ดอร์ที่สามารถออกมานั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์ตอนเช้า หรือนั่งรับลมชมวิวสวนรอบบ้านได้สบายใจ แม้ในวันที่ฝนตกโปรยปรายก็ยังมีหลังคาคอยบังแดดบังฝนให้เป็นอย่างดี

3. ยกพื้นสูงหนีน้ำท่วมแถบลุ่มน้ำ

สำหรับใครที่มีที่ดินอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรืออยู่ใกล้ริมน้ำ การยกพื้นอาคารให้สูงเด่นขึ้นมาถือเป็นการออกแบบที่ตอบโจทย์และยั่งยืน เพราะช่วยให้หมดกังวลเรื่องน้ำหลากในช่วงฤดูมรสุม ลดความเสี่ยงและความเสียหายต่อโครงสร้างรวมถึงทรัพย์สินมีค่าภายในบ้านได้ แถมในฤดูน้ำหลากยังสามารถใช้ชีวิตอยู่บนบ้านได้อย่างปลอดภัยและอุ่นใจ ไม่ต้องคอยกังวลกับการขนย้ายข้าวของหนีน้ำทุกปีอีกต่อไป

4. โถงเพดานสูงหายใจได้

ห้องรับแขกที่เปิดโล่งด้วยฝ้าเพดานสูงแบบ Double Volume ควบคู่ไปกับการยกพื้นบ้าน ไอเดียนี้ช่วยให้บ้านดูโปร่งโล่งและน่าอยู่ขึ้นมากตามหลักกลศาสตร์ประยุกต์ เพราะมวลอากาศร้อนในห้องจะลอยตัวขึ้นที่สูงโดยธรรมชาติ แล้วระบายออกทางช่องเกล็ดหรือหน้าต่างระบายอากาศด้านบนอย่างรวดเร็ว ทำให้อากาศด้านล่างเย็นสบาย หมุนเวียนถ่ายเทได้ดีจนรู้สึกเหมือนบ้านสามารถหายใจได้จริงๆ

5. ชานพักกึ่งโปร่งแสง 

การยกพื้นบ้านโอบล้อมลานกลางบ้านแบบเปิดโล่ง (Courtyard) พร้อมทั้งปลูกต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาควบคู่กันไป ตัวลานกลางบ้านจะช่วยสร้างระบบลมหมุนเวียนและดึงเอาแสงธรรมชาตินุ่มนวลกระจายเข้าสู่ทุกห้องในบ้านได้ทั่วถึง ทำให้บรรยากาศในบ้านดูสว่างไสว สดชื่น มีชีวิตชีวา โดยที่เราไม่รู้สึกร้อนอึดอัด และยังได้พื้นที่ส่วนตัวที่เชื่อมต่อกับธรรมชาติแบบใกล้ชิดด้วย

6. หลังคาทรงจั่วชายคายื่นยาว

การเลือกหลังคาทรงจั่วสูงเป็นอะไรที่เข้ากับเมืองไทยมาก เพราะองศาความชันของหลังคาจะช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างใต้หลังคาให้กลายเป็นที่กักเก็บและระบายความร้อนไม่ให้ส่งลงมาถึงตัวบ้าน ยิ่งถ้าออกแบบให้ชายคายื่นยาวออกไปสัก 1.5 - 2 เมตรด้วยแล้ว จะยิ่งช่วยป้องกันแสงแดดไม่ให้ส่องกระทบผนังบ้านโดยตรง และช่วยกันฝนสาดเข้าช่องหน้าต่างได้ ทำให้เปิดหน้าต่างรับลมได้แม้ในวันที่ฝนตก

7. ผนังระแนงไม้กรองแสง 

เปลี่ยนผนังปูนทึบๆ มาใช้ระแนงไม้หรือวัสดุทดแทนธรรมชาติทำเป็นแผงบังแดดบริเวณระเบียงหรือผนังฝั่งที่เจอแดดจัด แผงระแนงช่วยกรองความแรงของแสงแดดและพรางสายตาจากข้างนอกได้ แต่ในขณะเดียวกัน ลมธรรมชาติก็ยังพัดผ่านช่องว่างระแนงเข้ามาสร้างความเย็นสบายในบ้านได้ตามปกติ ถือเป็นไอเดียที่ได้ทั้งความฟังก์ชันและความสวยงามอบอุ่นสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลไปในตัว

8. บ้านยกพื้นสเต็ปไล่ระดับ

หากที่ดินมีความลาดเอียง การเลือกออกแบบบ้านยกสูงแบบเล่นระดับสเต็ปไล่ไปตามแนวสโลปของดินเป็นวิธีที่น่าสนใจ เพราะช่วยลดต้นทุนและเวลาในการขุดถมหน้าดินให้ยุ่งยาก แถมการเล่นระดับภายในบ้านยังช่วยแบ่งสัดส่วนพื้นที่ใช้สอยให้ดูลื่นไหล มีมิติแปลกตาไม่ซ้ำใคร 

และที่สำคัญ  การยกพื้นเตี้ยบ้างสูงบ้างตามความชันของดินยังช่วยสร้างช่องทางดักลมให้พัดเข้ามาสร้างความเย็นได้หลายทิศทางอีกด้วย การค้นหาผู้รับเหมาสร้างบ้านยกพื้นสูงที่มีรีวิวดีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันปัญหางานสโลปไม่ได้มาตรฐาน

9. แนวคิดบ้านหน้าแคบตอนลึก 

ปิดท้ายด้วยแนวคิดการวางผังอาคารยกพื้นทรงยาว โดยหันด้านแคบของบ้านท้าทายทิศตะวันออก - ตะวันตก และวางตัวบ้านยาวขนานไปตามแนวทิศดังกล่าว วิธีนี้จะช่วยลดพื้นที่ผิวของผนังบ้านที่ต้องปะทะกับแสงแดดร้อนแรงในช่วงเช้าและบ่ายให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมทั้งเจาะช่องหน้าต่างขนาดใหญ่ฝั่งทิศใต้เพื่อเปิดรับลมประจำถิ่นของไทยให้พัดเข้ามาไล่ความร้อนได้เต็มที่ ช่วยเปลี่ยนบ้านตอนลึกให้กลายเป็นพื้นที่โปร่งโล่งและอยู่สบาย

 

แบบบ้านยกพื้นสูงคือคำตอบที่ลงตัวสำหรับภูมิอากาศร้อนชื้นของไทย

 

สรุป

แบบบ้านยกพื้นสูงคือคำตอบที่ลงตัวสำหรับภูมิอากาศร้อนชื้นของไทย ช่วยเปิดทางให้ลมพัดผ่านด้านใต้เพื่อระบายความร้อนข้ามฝั่ง ไล่ความชื้นสะสมจากผิวดิน และป้องกันปัญหาน้ำท่วมขัง อีกทั้งยังเปลี่ยนพื้นที่ใต้ถุนเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ แม้จะมีข้อจำกัดด้านต้นทุนโครงสร้าง งานระบบสุขาภิบาลที่ซับซ้อน และต้องคำนึงถึงการออกแบบบันไดตามหลัก Universal Design แต่หากได้รับการวางผังถูกต้อง แบบบ้านยกสูงจะอยู่สบาย โปร่งโล่ง และยั่งยืนในระยะยาว

 

หากต้องการสร้างบ้านทรงสูงให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตและกำลังมองหาบริษัทรับสร้างบ้านยกพื้นสูงในกรุงเทพฯ และพื้นที่อื่นๆ ที่มั่นใจได้ในคุณภาพ Tanda Design Studio ให้บริการออกแบบครบวงจร โดยสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมออกแบบบ้านยกพื้นสูงให้เหมาะกับสภาพที่ดินจริง เน้นระบบระบายอากาศธรรมชาติ วางสเต็ปพื้นและทางลาดเพื่อความปลอดภัยของทุกคน ควบคู่กับความสวยงามทันสมัยที่คุ้มค่าในระยะยาว

FAQ – คำถามที่พบบ่อย

บ้านยกสูงควรยกสูงเท่าไร?

หากต้องการยกพื้นเพื่อหนีความชื้นและทำเป็นช่องแมวลอด ควรสูงประมาณ 50 - 100 เซนติเมตร แต่หากต้องการใช้พื้นที่ใต้ถุนทำกิจกรรมอเนกประสงค์หรือจอดรถ ควรยกสูงตั้งแต่ 2.2 - 2.5 เมตรขึ้นไป เพื่อให้คนเดินผ่านได้สบายโดยไม่รู้สึกอึดอัด

บ้านยกพื้นสูง 50 ซม. บันไดกี่ขั้น?

โดยทั่วไปจะมีบันไดประมาณ 2 - 3 ขั้น (ไม่รวมพื้นบ้าน) คิดจากมาตรฐานความสูงของลูกตั้งบันไดบ้านพักอาศัยที่ดีซึ่งควรอยู่ที่ประมาณ 15 - 18 เซนติเมตรต่อขั้น เพื่อให้จังหวะการก้าวเดินขึ้น - ลงสะดวกและปลอดภัย

บ้านชั้นเดียวยกสูงได้กี่เมตร?

ตามกฎหมายไม่มีข้อกำหนดความสูงใต้ถุนสำหรับบ้านชั้นเดียว แต่ในทางปฏิบัติมักยกสูงไม่เกิน 3 เมตร เพื่อความมั่นคงทางโครงสร้าง และหากยกสูงเกิน 2.2 เมตร พื้นที่ใต้ถุนจะถูกนับเป็นพื้นที่ใช้สอยซึ่งต้องนำไปคำนวณระยะร่นอาคารตามกฎหมายด้วย

บ้านเพดานสูงเปลืองแอร์ไหม?

เปลืองแอร์มากกว่าปกติเล็กน้อยในช่วงแรก เพราะมีปริมาตรอากาศในห้องให้ทำความเย็นมากกว่า แต่สามารถแก้ได้ด้วยการคำนวณขนาด BTU แอร์ให้เหมาะสมกับปริมาตรห้อง หรือเลือกติดตั้งแอร์ในระดับความสูงที่พอเหมาะ รวมถึงเน้นเจาะช่องระบายอากาศร้อนออกทางด้านบน

 

บล็อกที่เกี่ยวข้อง