
2026-03-02 ·
Mid Century กับแนวคิดการออกแบบสุดคลาสสิก ที่ไม่เคยล้าสมัย
Summary Mid Century Modern คือผลจากการออกแบบยุคหลังสงครามโลกที่เปลี่ยนผ่านจากหรูหราฟุ่มเฟือย สู่ความเรียบง่ายเน้นฟังก์ชันและใช้งานจริง ผสมผสานงานฝีมือดั้งเดิมเข…
อ่านเพิ่ม →
บล็อก / 11 ไอเดียออกแบบค็อกเทลบาร์ยุคใหม่ ตอบโจทย์ฟังก์ชันและบรรยากาศ

Summary
ทุกวันนี้ร้านอาหารใจกลางกรุงเทพฯ แข่งขันกันสูงลิ่ว บาร์เหล้าไม่ได้เป็นแค่จุดชงเครื่องดื่ม แต่คือจุดที่ช่วยดึงดูดลูกค้าและสร้างเอกลักษณ์ให้ร้านโดดเด่นท่ามกลางตัวเลือกนับพัน โดยเฉพาะในย่านเศรษฐกิจที่ผู้คนโหยหาบรรยากาศการพักผ่อนที่มีรสนิยม การออกแบบบาร์ที่ดีเปลี่ยนพื้นที่ธรรมดาให้กลายเป็นประสบการณ์สุดพิเศษ เพิ่มมูลค่าให้แบรนด์และสร้างความประทับใจที่ทำให้ลูกค้าอยากกลับมาเช็กอินซ้ำ
ไม่ว่าจะเป็นความโฉบเฉี่ยวสไตล์โมเดิร์นหรู ดิบเท่แบบอินดัสเทรียล หรือมินิมอลอบอุ่นสบายตา ไปจนถึงการหยิบกลิ่นอายทรอปิคอล คลาสสิกยุโรป หรือวินเทจเรโทรมาผสมผสานให้ดูร่วมสมัย การออกแบบบาร์เหล้ายุคใหม่ยังเน้นฟังก์ชันลอฟต์เพดานสูงโปร่งสบาย การใช้สีเอิร์ธโทนธรรมชาติ หรือแม้แต่การดีไซน์แบบไฮบริดมัลติฟังก์ชันที่ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย
แบบบาร์เหล้าสวยๆ สไตล์โมเดิร์นหรูเน้นใช้หินอ่อนลายสวยตัดกับสเตนเลสสีทองหรือสีเงินสะท้อนเงา บรรยากาศดูพรีเมียมและน่าค้นหา เพิ่มเสน่ห์ด้วยการซ่อนไฟ LED ตามขอบเคาน์เตอร์และจัดแสงไฟแบบ Spot Focus เพื่อขับให้ขวดเครื่องดื่มดูโดดเด่น สไตล์นี้เหมาะมากสำหรับเลาจน์ในโรงแรมหรือบาร์ใจกลางกรุงที่ต้องการดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่รักความหรูหราและบรรยากาศแบบเอกซ์คลูซิฟ
แต่งบาร์เหล้าอินดัสเทรียลดิบเท่ เสน่ห์ของความเรียลที่โชว์เนื้อแท้ของวัสดุอย่างผนังอิฐโชว์แนว ปูนเปลือย และโครงเหล็กสีดำเคร่งขรึม ตกแต่งด้วยโคมไฟสั่งทำพิเศษที่โชว์หลอดไฟสีส้มริบหรี่ สร้างบรรยากาศที่ดูเท่และเป็นกันเองในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับบาร์คราฟต์เบียร์หรือร้านอาหารแนว Unseen ที่ตั้งอยู่ในย่านย้อนยุค ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นที่แฮงเอาต์ลับๆ ของกลุ่มเพื่อน
เปลี่ยนบาร์ให้เป็นมุมพักผ่อนที่ดูสบายตาด้วยการออกแบบบาร์เหล้าสไตล์มินิมอล ใช้ไม้สีอ่อน โทนสีขาวหรือเบจ และเส้นสายเรียบง่ายสะอาดตา เน้นใช้แสงธรรมชาติควบคู่กับไฟโทน Warm White นุ่มนวล เพื่อสร้างบรรยากาศเป็นมิตร ดูเข้าถึงง่าย สไตล์นี้เหมาะกับคาเฟ่บาร์หรือมุมเครื่องดื่มในบ้านที่เน้นชิลล์ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนได้นั่งดื่มด่ำช่วงเวลาดีๆ ในบรรยากาศเงียบสงบ
ยกกลิ่นอายพักร้อนมาไว้ใกล้ตัวด้วยการเลือกใช้ไม้หวาย งานสาน และเติมความสดชื่นด้วยสีเขียวของพรรณไม้เขตร้อน ตกแต่งด้วยโคมไฟไม้ไผ่ที่ให้แสงและเงาพาดผ่านอย่างเป็นธรรมชาติ สร้างความรู้สึกสดชื่นเหมือนนั่งอยู่ริมชายหาด เหมาะกับรูฟท็อปบาร์หรือร้านอาหาร Open Air ที่อยากเน้นบรรยากาศสนุกสนานและการพักผ่อนที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา
ความสง่างามเหนือกาลเวลาที่เน้นงานไม้แกะสลักสีเข้ม ผนังบุหนัง และการใช้คิ้วบัวประณีต จัดวางโคมไฟระย้าหรือเชิงเทียนเพื่อสร้างแสงสลัวดูขลัง ให้บรรยากาศสุขุมและเป็นทางการแบบสุภาพบุรุษยุโรป สไตล์นี้เหมาะสำหรับซิการ์บาร์หรือไวน์บาร์ที่เน้นเสิร์ฟเครื่องดื่มระดับพรีเมียม เพื่อสร้างประสบการณ์การดื่มที่ดูภูมิฐานและมีระดับ

เป็นการออกแบบบาร์เหล้าที่หยิบเอาความโมเดิร์นมาผสมกับกลิ่นอายท้องถิ่นหรือวัสดุสมัยใหม่อย่าง อะคริลิกและโลหะทำสี บรรยากาศดูสนุกสนานและมีพลัง เน้นใช้แสงไฟนีออนดัดเป็นตัวอักษรหรือเส้นสายกราฟิกเพื่อสร้างจุดเด่น เหมาะสำหรับบาร์ในย่านธุรกิจหรือร้านอาหารแนวฟิวชันที่ต้องการบรรยากาศทันสมัย ไม่หยุดนิ่ง และเข้ากับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่รักการสังสรรค์
เน้นความโปร่งเบาด้วยการใช้กระจกเงา กระจกลวดลาย และตู้โชว์เครื่องดื่มแบบโปร่งใสที่ช่วยให้พื้นที่ดูมีมิติและกว้างขึ้น แสงไฟจะเน้นสะท้อนกับกระจกเพื่อสร้างความวิบวับและหรูหราเบาๆ ดูสะอาดตา เหมาะสำหรับบาร์ในพื้นที่จำกัดหรือร้านอาหารที่ต้องการบรรยากาศเรียบหรูและโปร่งสบาย ให้ความรู้สึกเข้าถึงง่ายแต่ยังคงความพิเศษในทุกรายละเอียด
พาย้อนเวลากลับไปสู่ความคลาสสิกยุค 70s - 80s ด้วยการแต่งบาร์เหล้าด้วยคู่สีจัดจ้านอย่างส้ม เขียวมัสตาร์ด หรือแดงอิฐ ผสมกับเฟอร์นิเจอร์ทรงขาแหลมและของตกแต่งเก่าเก็บ แสงไฟจะใช้โคมไฟทรงกลมหรือโคมไฟตั้งพื้นสีสันสดใสที่ให้แสงนุ่มนวลชวนฝัน เหมาะสำหรับค็อกเทลบาร์ที่อยากให้เป็นกันเองและชวนให้ผู้คนมาแลกเปลี่ยนบทสนทนาในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความระลึกถึง
โดดเด่นด้วยพื้นที่ที่ดูโอ่โถงและการโชว์โครงสร้างเพดานเปิดเปลือย เน้นวัสดุอย่างไม้ระแนงสลับกับโลหะช่วยให้พื้นที่ดูมีเลเยอร์ การจัดแสงเน้นโคมไฟระย้าขนาดใหญ่ที่ทิ้งตัวลงมาจากเพดานสูง เพื่อเติมเต็มพื้นที่ว่างให้ดูไม่โล่งเกินไป เหมาะสำหรับบาร์ที่เน้นดนตรีสดหรือร้านอาหารขนาดใหญ่ที่ต้องการบรรยากาศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เน้นความสงบและผ่อนคลายด้วยโทนสีของดิน หิน และทราย ตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งมากอย่างงานปูนปั้นโค้งมนและไม้ขัดเรียบ แสงไฟจะเน้นความสลัวแบบ Dim Light เพื่อให้รู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในถ้ำหรือโอเอซิสที่ตัดขาดจากโลกภายนอก เหมาะสำหรับไวน์บาร์หรือสปีคอีซี่บาร์ (Speakeasy) ที่ต้องการมอบความเป็นส่วนตัวและสมาธิในการดื่มด่ำกับรสชาติเครื่องดื่มจริงๆ

ตอบโจทย์ยุคสมัยด้วยการออกแบบที่ปรับเปลี่ยนอารมณ์ได้ตามช่วงเวลา ใช้เฟอร์นิเจอร์โมดูลาร์ที่เคลื่อนย้ายสะดวกและวัสดุที่ดูเป็นกลางอย่างไม้สลับกับโลหะ ไฮไลต์อยู่ที่การใช้ระบบ Smart Lighting ปรับความเข้มและโทนสีของแสงได้ เช่น ใช้แสงขาวโปร่งตาในตอนกลางวันและเปลี่ยนเป็นโทนอุ่นสลัวในตอนกลางคืน เหมาะสำหรับคาเฟ่ที่ต้องการเปลี่ยนเป็นบาร์ (Cafe by day, Bar by night) หรือออกแบบร้านอาหารที่ต้องการใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าทุกช่วงเวลา
การออกแบบบาร์เหล้าดีไซน์สวยต้องมาพร้อมฟังก์ชันที่ตอบโจทย์เสมอ โดยเฉพาะไอเดียเคาน์เตอร์บาร์ จุดบริการและงานศิลปะในชิ้นเดียว มีวัสดุและแสงไฟสร้างประสบการณ์การดื่มให้มีมิติ สำหรับร้านอาหารในกรุงเทพฯ ที่มีการแข่งขันสูง การออกแบบบาร์จึงต้องคำนึงถึง Branding เพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสไตล์หรือการนำเทคโนโลยีแสงสีมาปรับใช้ เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ธรรมดาให้เป็นจุดเช็กอินที่ผู้คนกลับมาดื่มด่ำซ้ำได้ทุกวัน
เนรมิตบาร์ในฝันของคุณให้เป็นจริงกับ Tanda Design Studio โดยนักออกแบบภายใน ผู้ช่วยมืออาชีพในการออกแบบบาร์เหล้าหรือมุมสังสรรค์ให้มีสไตล์ พร้อมให้บริการออกแบบภายในและตกแต่งบาร์ทุกรูปแบบ เพื่อให้บาร์เป็นมากกว่าที่นั่งดื่ม แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนรสนิยมและช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจได้

ควรเริ่มจากการกำหนดคอนเซปต์และประเภทของเครื่องดื่มหลัก เพื่อจัดวาง Workflow หรือระบบการทำงานหลังบาร์ให้เข้ากับพฤติกรรมบาร์เทนเดอร์ ตั้งแต่จุดเตรียมน้ำแข็ง ตำแหน่งวางขวดเหล้า ไปจนถึงจุดล้างแก้ว เพื่อให้การบริการรวดเร็วและลื่นไหล
มาตรฐานความสูงของเคาน์เตอร์บาร์สำหรับลูกค้าจะอยู่ที่ประมาณ 105 - 110 เซนติเมตร เป็นระดับที่พิงได้พอดีเมื่อนั่งบนเก้าอี้บาร์มาตรฐาน ส่วนเคาน์เตอร์ด้านในสำหรับบาร์เทนเดอร์เตรียมเครื่องดื่มควรต่ำกว่าเล็กน้อยที่ประมาณ 85 - 90 เซนติเมตร เพื่อให้ใช้งานได้ถนัดมือ
เทคนิคสำคัญคือการใช้ Layering Light หรือการจัดแสงเป็นชั้นๆ ใช้ไฟแบบ Spotlight ไปที่ขวดเครื่องดื่มบนชั้นวาง ผสมกับไฟซ่อนใต้เคาน์เตอร์เพื่อสร้างมิติ และใช้ไฟโทนสลัวในบริเวณที่ลูกค้านั่งเพื่อสร้างบรรยากาศน่าค้นหาและช่วยให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลาย
ควรติดตั้งระบบระบายอากาศที่มีประสิทธิภาพ และเลือกใช้เคาน์เตอร์วัสดุที่ไม่ดูดซับน้ำ เช่น หินสังเคราะห์หรือสเตนเลส ควรออกแบบตำแหน่งการวางถังน้ำแข็งและที่ล้างแก้วให้มีทางระบายน้ำที่เช็ดทำความสะอาดง่าย เพื่อป้องกันการสะสมความชื้นและกลิ่นอับที่อาจรบกวนลูกค้า
ถ้าเน้นการเสิร์ฟไวน์เกรดพรีเมียมควรแยก เพราะไวน์ต้องการอุณหภูมิและความชื้นคงที่ (ประมาณ 12 - 18°C) ต่างจากอุณหภูมิห้องบาร์ปกติ การแยกตู้แช่นอกจากจะช่วยรักษาคุณภาพรสชาติไวน์ได้ดีกว่าแล้ว ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดูเป็นมืออาชีพอีกด้วย

2026-03-02 ·
Summary Mid Century Modern คือผลจากการออกแบบยุคหลังสงครามโลกที่เปลี่ยนผ่านจากหรูหราฟุ่มเฟือย สู่ความเรียบง่ายเน้นฟังก์ชันและใช้งานจริง ผสมผสานงานฝีมือดั้งเดิมเข…
อ่านเพิ่ม →

2026-01-31 ·
ห้องครัวอาจไม่ใช่ห้องที่เราใช้เวลานานที่สุดในบ้าน แต่กลับเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ตั้งแต่มื้อเช้าสุดเร่งรีบ ไปจนถึงมื้อพิเศษที่ทุกคนมารวมตัวกัน ครัวที่…
อ่านเพิ่ม →

2026-01-31 ·
บางช่วงของชีวิต เราไม่ได้ต้องการอะไรซับซ้อน แค่พื้นที่เงียบๆ ให้หายใจสะดวกขึ้น “บ้านพักตากอากาศ” กลายเป็นที่พักใจมากกว่าที่อยู่อาศัยทั่วไป ให้เราได้หลีกหนีความว…
อ่านเพิ่ม →

2026-01-31 ·
ห้องนอนอาจเป็นพื้นที่ที่เราใช้เวลาอยู่เพียงลำพังมากที่สุด และนั่นเองที่ทำให้กลายเป็นพื้นที่ที่สะท้อนรสนิยมและตัวตนได้ชัดกว่าห้องอื่น ความหรูของห้องนอนไม่จำเป็นต…
อ่านเพิ่ม →

2026-01-31 ·
เวลาพูดถึงบ้าน หลายคนนึกถึงดีไซน์หรือฟังก์ชันภายใน แต่ความจริงแล้ว “หลังคาบ้าน” คือสิ่งแรกที่คอยปกป้องเราในทุกวัน ตั้งแต่แดดแรงๆ ฝนที่ตกไม่เป็นเวลา ไปจนถึงความร…
อ่านเพิ่ม →

2026-01-31 ·
เมื่อชีวิตคนเมืองเต็มไปด้วยความเร่งรีบ บ้านจึงกลายเป็นโซนที่ช่วยให้เราได้พัก ผ่อนคลาย และเป็นตัวเองมากที่สุด ไม่แปลกที่งานออกแบบบ้านและอินทีเรียร์สไตล์ Modern C…
อ่านเพิ่ม →
บล็อก / 11 ไอเดียออกแบบค็อกเทลบาร์ยุคใหม่ ตอบโจทย์ฟังก์ชันและบรรยากาศ
Summary
ทุกวันนี้ร้านอาหารใจกลางกรุงเทพฯ แข่งขันกันสูงลิ่ว บาร์เหล้าไม่ได้เป็นแค่จุดชงเครื่องดื่ม แต่คือจุดที่ช่วยดึงดูดลูกค้าและสร้างเอกลักษณ์ให้ร้านโดดเด่นท่ามกลางตัวเลือกนับพัน โดยเฉพาะในย่านเศรษฐกิจที่ผู้คนโหยหาบรรยากาศการพักผ่อนที่มีรสนิยม การออกแบบบาร์ที่ดีเปลี่ยนพื้นที่ธรรมดาให้กลายเป็นประสบการณ์สุดพิเศษ เพิ่มมูลค่าให้แบรนด์และสร้างความประทับใจที่ทำให้ลูกค้าอยากกลับมาเช็กอินซ้ำ
ไม่ว่าจะเป็นความโฉบเฉี่ยวสไตล์โมเดิร์นหรู ดิบเท่แบบอินดัสเทรียล หรือมินิมอลอบอุ่นสบายตา ไปจนถึงการหยิบกลิ่นอายทรอปิคอล คลาสสิกยุโรป หรือวินเทจเรโทรมาผสมผสานให้ดูร่วมสมัย การออกแบบบาร์เหล้ายุคใหม่ยังเน้นฟังก์ชันลอฟต์เพดานสูงโปร่งสบาย การใช้สีเอิร์ธโทนธรรมชาติ หรือแม้แต่การดีไซน์แบบไฮบริดมัลติฟังก์ชันที่ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย
แบบบาร์เหล้าสวยๆ สไตล์โมเดิร์นหรูเน้นใช้หินอ่อนลายสวยตัดกับสเตนเลสสีทองหรือสีเงินสะท้อนเงา บรรยากาศดูพรีเมียมและน่าค้นหา เพิ่มเสน่ห์ด้วยการซ่อนไฟ LED ตามขอบเคาน์เตอร์และจัดแสงไฟแบบ Spot Focus เพื่อขับให้ขวดเครื่องดื่มดูโดดเด่น สไตล์นี้เหมาะมากสำหรับเลาจน์ในโรงแรมหรือบาร์ใจกลางกรุงที่ต้องการดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่รักความหรูหราและบรรยากาศแบบเอกซ์คลูซิฟ
แต่งบาร์เหล้าอินดัสเทรียลดิบเท่ เสน่ห์ของความเรียลที่โชว์เนื้อแท้ของวัสดุอย่างผนังอิฐโชว์แนว ปูนเปลือย และโครงเหล็กสีดำเคร่งขรึม ตกแต่งด้วยโคมไฟสั่งทำพิเศษที่โชว์หลอดไฟสีส้มริบหรี่ สร้างบรรยากาศที่ดูเท่และเป็นกันเองในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับบาร์คราฟต์เบียร์หรือร้านอาหารแนว Unseen ที่ตั้งอยู่ในย่านย้อนยุค ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นที่แฮงเอาต์ลับๆ ของกลุ่มเพื่อน
เปลี่ยนบาร์ให้เป็นมุมพักผ่อนที่ดูสบายตาด้วยการออกแบบบาร์เหล้าสไตล์มินิมอล ใช้ไม้สีอ่อน โทนสีขาวหรือเบจ และเส้นสายเรียบง่ายสะอาดตา เน้นใช้แสงธรรมชาติควบคู่กับไฟโทน Warm White นุ่มนวล เพื่อสร้างบรรยากาศเป็นมิตร ดูเข้าถึงง่าย สไตล์นี้เหมาะกับคาเฟ่บาร์หรือมุมเครื่องดื่มในบ้านที่เน้นชิลล์ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนได้นั่งดื่มด่ำช่วงเวลาดีๆ ในบรรยากาศเงียบสงบ
ยกกลิ่นอายพักร้อนมาไว้ใกล้ตัวด้วยการเลือกใช้ไม้หวาย งานสาน และเติมความสดชื่นด้วยสีเขียวของพรรณไม้เขตร้อน ตกแต่งด้วยโคมไฟไม้ไผ่ที่ให้แสงและเงาพาดผ่านอย่างเป็นธรรมชาติ สร้างความรู้สึกสดชื่นเหมือนนั่งอยู่ริมชายหาด เหมาะกับรูฟท็อปบาร์หรือร้านอาหาร Open Air ที่อยากเน้นบรรยากาศสนุกสนานและการพักผ่อนที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา
ความสง่างามเหนือกาลเวลาที่เน้นงานไม้แกะสลักสีเข้ม ผนังบุหนัง และการใช้คิ้วบัวประณีต จัดวางโคมไฟระย้าหรือเชิงเทียนเพื่อสร้างแสงสลัวดูขลัง ให้บรรยากาศสุขุมและเป็นทางการแบบสุภาพบุรุษยุโรป สไตล์นี้เหมาะสำหรับซิการ์บาร์หรือไวน์บาร์ที่เน้นเสิร์ฟเครื่องดื่มระดับพรีเมียม เพื่อสร้างประสบการณ์การดื่มที่ดูภูมิฐานและมีระดับ

เป็นการออกแบบบาร์เหล้าที่หยิบเอาความโมเดิร์นมาผสมกับกลิ่นอายท้องถิ่นหรือวัสดุสมัยใหม่อย่าง อะคริลิกและโลหะทำสี บรรยากาศดูสนุกสนานและมีพลัง เน้นใช้แสงไฟนีออนดัดเป็นตัวอักษรหรือเส้นสายกราฟิกเพื่อสร้างจุดเด่น เหมาะสำหรับบาร์ในย่านธุรกิจหรือร้านอาหารแนวฟิวชันที่ต้องการบรรยากาศทันสมัย ไม่หยุดนิ่ง และเข้ากับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่รักการสังสรรค์
เน้นความโปร่งเบาด้วยการใช้กระจกเงา กระจกลวดลาย และตู้โชว์เครื่องดื่มแบบโปร่งใสที่ช่วยให้พื้นที่ดูมีมิติและกว้างขึ้น แสงไฟจะเน้นสะท้อนกับกระจกเพื่อสร้างความวิบวับและหรูหราเบาๆ ดูสะอาดตา เหมาะสำหรับบาร์ในพื้นที่จำกัดหรือร้านอาหารที่ต้องการบรรยากาศเรียบหรูและโปร่งสบาย ให้ความรู้สึกเข้าถึงง่ายแต่ยังคงความพิเศษในทุกรายละเอียด
พาย้อนเวลากลับไปสู่ความคลาสสิกยุค 70s - 80s ด้วยการแต่งบาร์เหล้าด้วยคู่สีจัดจ้านอย่างส้ม เขียวมัสตาร์ด หรือแดงอิฐ ผสมกับเฟอร์นิเจอร์ทรงขาแหลมและของตกแต่งเก่าเก็บ แสงไฟจะใช้โคมไฟทรงกลมหรือโคมไฟตั้งพื้นสีสันสดใสที่ให้แสงนุ่มนวลชวนฝัน เหมาะสำหรับค็อกเทลบาร์ที่อยากให้เป็นกันเองและชวนให้ผู้คนมาแลกเปลี่ยนบทสนทนาในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความระลึกถึง
โดดเด่นด้วยพื้นที่ที่ดูโอ่โถงและการโชว์โครงสร้างเพดานเปิดเปลือย เน้นวัสดุอย่างไม้ระแนงสลับกับโลหะช่วยให้พื้นที่ดูมีเลเยอร์ การจัดแสงเน้นโคมไฟระย้าขนาดใหญ่ที่ทิ้งตัวลงมาจากเพดานสูง เพื่อเติมเต็มพื้นที่ว่างให้ดูไม่โล่งเกินไป เหมาะสำหรับบาร์ที่เน้นดนตรีสดหรือร้านอาหารขนาดใหญ่ที่ต้องการบรรยากาศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เน้นความสงบและผ่อนคลายด้วยโทนสีของดิน หิน และทราย ตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งมากอย่างงานปูนปั้นโค้งมนและไม้ขัดเรียบ แสงไฟจะเน้นความสลัวแบบ Dim Light เพื่อให้รู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในถ้ำหรือโอเอซิสที่ตัดขาดจากโลกภายนอก เหมาะสำหรับไวน์บาร์หรือสปีคอีซี่บาร์ (Speakeasy) ที่ต้องการมอบความเป็นส่วนตัวและสมาธิในการดื่มด่ำกับรสชาติเครื่องดื่มจริงๆ

ตอบโจทย์ยุคสมัยด้วยการออกแบบที่ปรับเปลี่ยนอารมณ์ได้ตามช่วงเวลา ใช้เฟอร์นิเจอร์โมดูลาร์ที่เคลื่อนย้ายสะดวกและวัสดุที่ดูเป็นกลางอย่างไม้สลับกับโลหะ ไฮไลต์อยู่ที่การใช้ระบบ Smart Lighting ปรับความเข้มและโทนสีของแสงได้ เช่น ใช้แสงขาวโปร่งตาในตอนกลางวันและเปลี่ยนเป็นโทนอุ่นสลัวในตอนกลางคืน เหมาะสำหรับคาเฟ่ที่ต้องการเปลี่ยนเป็นบาร์ (Cafe by day, Bar by night) หรือออกแบบร้านอาหารที่ต้องการใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าทุกช่วงเวลา
การออกแบบบาร์เหล้าดีไซน์สวยต้องมาพร้อมฟังก์ชันที่ตอบโจทย์เสมอ โดยเฉพาะไอเดียเคาน์เตอร์บาร์ จุดบริการและงานศิลปะในชิ้นเดียว มีวัสดุและแสงไฟสร้างประสบการณ์การดื่มให้มีมิติ สำหรับร้านอาหารในกรุงเทพฯ ที่มีการแข่งขันสูง การออกแบบบาร์จึงต้องคำนึงถึง Branding เพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสไตล์หรือการนำเทคโนโลยีแสงสีมาปรับใช้ เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ธรรมดาให้เป็นจุดเช็กอินที่ผู้คนกลับมาดื่มด่ำซ้ำได้ทุกวัน
เนรมิตบาร์ในฝันของคุณให้เป็นจริงกับ Tanda Design Studio โดยนักออกแบบภายใน ผู้ช่วยมืออาชีพในการออกแบบบาร์เหล้าหรือมุมสังสรรค์ให้มีสไตล์ พร้อมให้บริการออกแบบภายในและตกแต่งบาร์ทุกรูปแบบ เพื่อให้บาร์เป็นมากกว่าที่นั่งดื่ม แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนรสนิยมและช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจได้

ควรเริ่มจากการกำหนดคอนเซปต์และประเภทของเครื่องดื่มหลัก เพื่อจัดวาง Workflow หรือระบบการทำงานหลังบาร์ให้เข้ากับพฤติกรรมบาร์เทนเดอร์ ตั้งแต่จุดเตรียมน้ำแข็ง ตำแหน่งวางขวดเหล้า ไปจนถึงจุดล้างแก้ว เพื่อให้การบริการรวดเร็วและลื่นไหล
มาตรฐานความสูงของเคาน์เตอร์บาร์สำหรับลูกค้าจะอยู่ที่ประมาณ 105 - 110 เซนติเมตร เป็นระดับที่พิงได้พอดีเมื่อนั่งบนเก้าอี้บาร์มาตรฐาน ส่วนเคาน์เตอร์ด้านในสำหรับบาร์เทนเดอร์เตรียมเครื่องดื่มควรต่ำกว่าเล็กน้อยที่ประมาณ 85 - 90 เซนติเมตร เพื่อให้ใช้งานได้ถนัดมือ
เทคนิคสำคัญคือการใช้ Layering Light หรือการจัดแสงเป็นชั้นๆ ใช้ไฟแบบ Spotlight ไปที่ขวดเครื่องดื่มบนชั้นวาง ผสมกับไฟซ่อนใต้เคาน์เตอร์เพื่อสร้างมิติ และใช้ไฟโทนสลัวในบริเวณที่ลูกค้านั่งเพื่อสร้างบรรยากาศน่าค้นหาและช่วยให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลาย
ควรติดตั้งระบบระบายอากาศที่มีประสิทธิภาพ และเลือกใช้เคาน์เตอร์วัสดุที่ไม่ดูดซับน้ำ เช่น หินสังเคราะห์หรือสเตนเลส ควรออกแบบตำแหน่งการวางถังน้ำแข็งและที่ล้างแก้วให้มีทางระบายน้ำที่เช็ดทำความสะอาดง่าย เพื่อป้องกันการสะสมความชื้นและกลิ่นอับที่อาจรบกวนลูกค้า
ถ้าเน้นการเสิร์ฟไวน์เกรดพรีเมียมควรแยก เพราะไวน์ต้องการอุณหภูมิและความชื้นคงที่ (ประมาณ 12 - 18°C) ต่างจากอุณหภูมิห้องบาร์ปกติ การแยกตู้แช่นอกจากจะช่วยรักษาคุณภาพรสชาติไวน์ได้ดีกว่าแล้ว ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดูเป็นมืออาชีพอีกด้วย