งานอินทีเรียคืออะไร? การเปลี่ยนบ้านธรรมดาให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์
แชร์

เคยสงสัยไหมว่าทำไมบ้านบางหลังจึงให้ความรู้สึกผ่อนคลายทันทีที่ก้าวเข้าไป เบื้องหลังความลงตัวนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นพลังของงานอินทีเรีย คือการออกแบบตกแต่งภายในอาคาร ผสานฟังก์ชันการใช้งาน ความสวยงาม และการจัดสรรพื้นที่ให้ลงตัว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่างยั่งยืน

 

บทความนี้จะพาไปเจาะลึกเบื้องหลังการทำงานของนักออกแบบ คลายข้อสงสัยว่างานอินทีเรียกับงานตกแต่งภายในต่างกันอย่างไร พร้อมส่งต่อสเต็ปการสร้างพื้นที่ที่จะเปลี่ยนบ้านในฝันให้ใช้งานได้จริง ชวนมาค้นหาแนวคิดการสร้างพื้นที่ชีวิตที่สมบูรณ์แบบไปด้วยกัน

 

Summary

  • อินทีเรียดีไซน์ คือการออกแบบตกแต่งภายในอาคารที่ผสานฟังก์ชัน ความสวยงาม และการจัดสรรพื้นที่ให้ลงตัว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยที่โปร่งสบายอย่างยั่งยืน
  • งานอินทีเรียมีหน้าที่ครอบคลุมตั้งแต่การวางผังพื้นคำนวณพื้นที่ การสร้างสรรค์แนวคิดปรับบรรยากาศห้อง ไปจนถึงการคัดสรรโทนสีและวัสดุที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ
  • ขั้นตอนการทำงานของ Interior Designer เริ่มจากการพูดคุยบรีฟและวิเคราะห์พื้นที่ วางแนวคิด ออกแบบภาพ 3 มิติพร้อมเลือกวัสดุ ประเมินงบประมาณ ทำแบบขยายสำหรับก่อสร้าง และเข้าตรวจหน้างานจริงจนส่งมอบ

อินทีเรียดีไซน์คืออะไร? ทำความเข้าใจงานออกแบบภายในแบบครบวงจร

ถ้าจะเล่าให้ฟังง่ายๆ งานอินทีเรียดีไซน์ คือการออกแบบตกแต่งภายในอาคาร ผสานฟังก์ชันการใช้งาน ความสวยงาม และการจัดสรรพื้นที่ให้ลงตัว ยกระดับคุณภาพชีวิตและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่างยั่งยืน เป็นการเปลี่ยนห้องโล่งๆ สี่เหลี่ยมให้มีชีวิตและเข้ากับพฤติกรรมของเรา 

 

ไม่ว่าจะเป็นการเดินงานระบบ จัดวางทิศทางแสงธรรมชาติ หรือเลือกวัสดุเฟอร์นิเจอร์ Built-in ที่พอดีกับข้าวของเครื่องใช้ เพื่อให้ทุกตารางนิ้วในบ้านใช้งานได้คุ้มค่า เรียกว่าเป็นการดีไซน์ความสุขและสร้างความผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินมาถึงบ้านเลยทีเดียว

อินทีเรียดีไซน์เนอร์ คืออะไร?

หลายคนมักนึกถึงภาพการเลือกซื้อหมอนอิงหรือการจับคู่สีห้อง แต่ความหมายของคำว่า อินทีเรียดีไซน์ (Interior Designer) นั้นลึกซึ้งกว่านั้นมาก เพราะคือคนจัดสรรพื้นที่ภายในอาคารให้เข้ากับพฤติกรรมมนุษย์ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการออกแบบภายในคืออะไรที่ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามอย่างเดียว 
 

แต่นักออกแบบต้องคำนึงถึงทิศทางแสง การหมุนเวียนอากาศ ระยะความสูงเคาน์เตอร์ที่ใช้งานแล้วไม่ปวดหลัง ไปจนถึงความปลอดภัยของวัสดุ เรียกว่าเป็นการปรุงแต่งพื้นที่ให้ทั้งสวยงามและใช้งานได้จริง เพื่อให้บ้านกลายเป็นเซฟโซนที่ซัปพอร์ตการใช้ชีวิตของทุกคนในทุกๆ วัน

 

อินทีเรียดีไซน์เนอร์มีหน้าที่อะไรบ้าง?

 

อินทีเรียดีไซน์เนอร์มีหน้าที่อะไรบ้าง?

เคยสงสัยไหมว่าในแต่ละวันคนทำงานออกแบบภายในเขาต้องทำอะไรกันบ้าง นอกเหนือจากการออกแบบและเลือกของตกแต่งสวยๆ แล้ว หน้าที่หลักของพวกเขายังครอบคลุมไปถึงการแก้ปัญหาพื้นที่ เพื่อเปลี่ยนห้องธรรมดาให้กลายเป็นพื้นที่ที่น่าอยู่และตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริง มาส่อง 3 บทบาทสำคัญที่อินทีเรียดีไซเนอร์ตั้งใจส่งมอบให้บ้านคุณกัน

1. การจัดสรรพื้นที่และฟังก์ชันการใช้งาน (Space Planning) 

หน้าที่นี้เปรียบเหมือนการวางพิกัดความสุขในบ้าน โดยดีไซเนอร์จะเข้ามาวิเคราะห์พฤติกรรมของคุณเพื่อจัดวางเลย์เอาต์ห้องใหม่ ทุบผนังที่ไม่จำเป็นออกเพื่อเชื่อมพื้นที่ให้ลื่นไหล และคำนวณระยะทางเดินไม่ให้อึดอัด รวมถึงวางตำแหน่งปลั๊กไฟและสวิตช์ต่างๆ ให้หยิบจับใช้งานสะดวก เรียกว่าเป็นการจัดสรรทุกตารางนิ้วให้คุ้มค่าและตรงกับวิถีชีวิตจริงของสมาชิกในครอบครัว

2. การสร้างบรรยากาศ และคอนเซปต์ห้อง (Mood & Tone) 

หน้าที่ตรงนี้คือการเติมความรู้สึกและจิตวิญญาณเข้าไปในพื้นที่ เพื่อเปลี่ยนห้องสี่เหลี่ยมโล่งๆ ให้มีอารมณ์ตามที่ต้องการ ดีไซเนอร์จะชวนคุยเพื่อแกะสไตล์ที่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นแนวเรียบง่ายอบอุ่น มินิมอล ผ่อนคลาย หรือโมเดิร์นหรูหรา จากนั้นจะนำไอเดียมาตีโจทย์เป็นภาพ 3D เพื่อจำลองทิศทางแสงไฟและแสงธรรมชาติที่จะส่องกระทบเข้ามา ให้เห็นภาพบ้านในฝันได้ชัดเจน

3. การคัดสรรวัสดุและโทนสีที่เหมาะสม (Material & Palette Selection) 

เมื่อได้คอนเซปต์แล้ว ก็ถึงเวลาลงรายละเอียดกับสิ่งที่เราต้องสัมผัสจริงในทุกวัน นักออกแบบจะทำหน้าที่คัดเลือกวัสดุที่ใช่ ตั้งแต่ชนิดของไม้ปูพื้น ผ้าบุโซฟา หน้าบานตู้ Built-in ไปจนถึงเฉดสีทาผนัง โดยไม่ได้มองแค่ความสวยงาม แต่ใส่ใจไปถึงความทนทานในการใช้งาน การดูแลรักษาที่ง่าย และที่สำคัญคือความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว

ความแตกต่างระหว่างอินทีเรียดีไซน์เนอร์กับสถาปนิก

เชื่อว่าหลายคนที่กำลังวางแผนสร้างบ้านน่าจะเคยสับสนว่าควรหันไปปรึกษาใครดีระหว่างสถาปนิกและอินทีเรียดีไซเนอร์ ทั้งสองมีขอบเขตการทำงานและจุดโฟกัสที่ต่างกัน ลองมาทำความเข้าใจหน้าที่ของแต่ละฝ่ายเพื่อที่จะเลือกใช้บริการได้ตอบโจทย์กัน

สถาปนิก (Architect) 

สถาปนิกคือผู้รับผิดชอบโครงสร้างและภาพรวมภายนอกของอาคารทั้งหมด เปรียบเหมือนคนที่สร้าง “ร่างกาย” ให้กับบ้าน มีหน้าที่วางผังอาคาร ออกแบบรูปทรงหน้าตาบ้าน (Façade) คำนวณทิศทางแสง แดด ลม และฝนภายนอกให้เหมาะกับกฎหมายควบคุมอาคาร พร้อมทั้งประสานงานกับวิศวกรโครงสร้างเพื่อให้บ้านมีความมั่นคง แข็งแรง และปลอดภัยสำหรับการอยู่อาศัยระยะยาว

อินทีเรียดีไซน์เนอร์ (Interior Designer) 

อินทีเรียหรือมัณฑนากรคือผู้รับไม้ต่อในการเติม “จิตวิญญาณและความรู้สึก” ให้กับพื้นที่ภายในอาคาร โดยจะเน้นการจัดสรรพื้นที่ในบ้านให้ตอบรับกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตจริงของผู้อยู่อาศัย ตั้งแต่การวางเลย์เอาต์ห้อง การเลือกวัสดุผิวสัมผัส โทนสี แสงไฟ ไปจนถึงการดีไซน์เฟอร์นิเจอร์ Built-in เพื่อให้พื้นที่ภายในสวยงาม ลื่นไหล และใช้งานสะดวกสบาย 

 

 

ตารางเปรียบเทียบหน้าที่ สถาปนิก VS อินทีเรีย

 

ตารางเปรียบเทียบหน้าที่ สถาปนิก VS อินทีเรีย 

เพื่อให้เห็นภาพการทำงานร่วมกันของทั้งสองฝ่ายชัดเจนขึ้น สามารถเปรียบเทียบความแตกต่างได้ดังนี้

 

จุดเปรียบเทียบ

สถาปนิก (Architect)

อินทีเรียดีไซน์เนอร์  (Interior Designer)

พื้นที่รับผิดชอบ

ภาพรวมภายนอก โครงสร้าง และรูปทรงอาคาร

พื้นที่ใช้สอยและการตกแต่งภายใน อาคาร

เป้าหมายหลัก

ความแข็งแรง ความปลอดภัย และความสวยงามภายนอก

ฟังก์ชันการใช้งาน ความลงตัว และบรรยากาศภายในห้อง

จุดโฟกัสสำคัญ

ทิศทางลม แดด กฎหมายควบคุมอาคาร และระยะร่น

พฤติกรรมของผู้อยู่อาศัย การวางผังและความสวยงาม

สิ่งที่ส่งมอบ

แบบแปลนอาคาร โครงสร้าง และแบบก่อสร้างภายนอก

แบบแปลนพื้นภายใน ภาพ 3D และแบบ Built-in

 

ขั้นตอนการทำงานของ Interior Designer

กว่าจะออกมาเป็นบ้านที่สวยงามและอยู่สบายในชีวิตจริง เบื้องหลังการทำงานของนักออกแบบภายในนั้นมีกระบวนการทำงานที่เป็นระบบและใส่ใจในทุกรายละเอียด ลองมาดู 6 สเต็ปสำคัญที่จะเปลี่ยนไอเดียในฝันให้กลายเป็นพื้นที่จริงกัน

1. พูดคุยบรีฟงานและวิเคราะห์พื้นที่ 

ขั้นตอนนี้คือนักออกแบบจะเข้ามานั่งคุยกับคุณเพื่อรับฟังความต้องการ ไลฟ์สไตล์ จำนวนสมาชิก และสไตล์ที่ชอบ พร้อมทั้งลงพื้นที่หน้างานจริงเพื่อวัดพื้นที่ ตรวจเช็กทิศทางแสง ลม และโครงสร้างเดิมของอาคาร ซึ่งสำคัญมากเพราะเปรียบเหมือนการติดกระดุมเม็ดแรก หากเข้าใจตัวตนของคุณและข้อจำกัดของพื้นที่ได้ถูกต้อง ก็จะช่วยลดความผิดพลาดในการออกแบบสเต็ปถัดไป

2. วางแนวคิดและออกแบบผัง 

นักออกแบบจะนำบรีฟทั้งหมดมาตีโจทย์เพื่อกำหนด Mood & Tone ทิศทางอารมณ์ของบ้าน และจัดวางผังพื้นที่ (Layout Plan) เพื่อจัดพื้นที่ วางเฟอร์นิเจอร์และเส้นทางการเดินในบ้าน ความสำคัญของสเต็ปนี้คือการจัดสรรพื้นที่ให้ลงตัวและลื่นไหล ทำให้เห็นภาพรวมคร่าวๆ ว่าแต่ละห้องจะตอบโจทย์การใช้งานและคุ้มค่าพื้นที่อย่างไรก่อนจะลงลึกในรายละเอียด 

3. พัฒนาแบบและเลือกวัสดุจริง 

เมื่อวางผังพื้นที่ลงตัวแล้ว จะเริ่มออกแบบให้สอดคล้องกับ Mood & Tone ที่วางไว้ ลงรายลละเอียดในส่วนต่างๆ และทำโมเดลภาพ 3 มิติ (3D Rendering) เสมือนจริง พร้อมทั้งพาคุณไปเลือกวัสดุที่จะใช้จริง เช่น ชนิดไม้ วัสดุปิดผิว ลายหินอ่อน เป็นต้น ขั้นตอนนี้สำคัญตรงที่ช่วยให้คุณเห็นภาพบ้านชัดเจนทั้งแสง สี และบรรยากาศ รวมถึงช่วยให้เข้าใจตรงกันร้อยเปอร์เซ็นต์ก่อนเริ่มงานโครงสร้าง

4. ประเมินงบก่อนก่อสร้าง 

เป็นขั้นตอนการนำแบบที่สรุปแล้วมาถอดปริมาณวัสดุและค่าแรงเพื่อทำเอกสารใบเสนอราคา (BOQ) อย่างละเอียด ทำให้รู้งบประมาณคร่าวๆ ในการตกแต่งจริงทั้งหมด ช่วยให้สามารถบริหารจัดการเงินทุนได้มีประสิทธิภาพ ปรับลดหรือเปลี่ยนวัสดุในจุดต่างๆ ได้ล่วงหน้าเพื่อไม่ให้งบบานปลายทีหลัง การเช็กว่างานอินทีเรียราคาประมาณเท่าไรในตลาดไทยจะช่วยให้ตั้งงบคร่าวๆ ได้

5. ทำแบบก่อสร้าง

นักออกแบบจะจัดทำแบบก่อสร้างที่ระบุระยะ ตัวเลข วัสดุ และระยะการเดินระบบไฟระบบน้ำอย่างละเอียดยิบส่งต่อให้ทีมช่าง ขั้นตอนนี้เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ผู้รับเหมาทำงานได้ง่าย ไร้ข้อผิดพลาด และทำให้งาน Built-in รวมถึงงานตกแต่งภายในต่างๆ ออกมาตรงตามภาพ 3D ที่ออกแบบไว้

6. ตรวจหน้างานก่อสร้าง 

สเต็ปสุดท้ายคือนักออกแบบจะเข้าเช็กหน้างานเป็นระยะๆ ร่วมกับทีมช่างผู้รับเหมาเพื่อควบคุมดูแลให้การตกแต่งเป็นไปตามแบบ สำหรับเจ้าของบ้านที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นโปรเจกต์และกำลังหาบริษัทรับออกแบบอินทีเรียบ้านมาดูแลในส่วนนี้ การประสานงานและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างมืออาชีพของนักออกแบบจะช่วยให้มั่นใจว่าจะได้รับมอบบ้านที่ปลอดภัยและตรงใจ

 

ขั้นตอนการทำงานของ Interior Designer

สรุป

งานอินทีเรีย คือสถาปัตยกรรมภายในที่ผสานฟังก์ชันและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน การเลือกใช้บริการอินทีเรียดีไซน์เนอร์มืออาชีพจะช่วยให้ได้พื้นที่ที่จัดสรรอย่างคุ้มค่า ปลอดภัยด้วยวัสดุที่เหมาะสม และควบคุมงบประมาณได้ผ่านขั้นตอนการทำงานที่เป็นระบบ ตั้งแต่การบรีฟงาน วางผัง พัฒนาภาพ 3 มิติ ไปจนถึงการตรวจหน้างานจริง ซึ่งจะช่วยลดข้อผิดพลาดและเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นพื้นที่เซฟโซนที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนในครอบครัวได้
 

หากกำลังมองหาบริษัทออกแบบพื้นที่ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นโฮมออฟฟิศ รีโนเวทออฟฟิศ บ้านพักตากอากาศบนเขา Tanda Design Studio พร้อมให้บริการออกแบบและตกแต่งภายในแบบครบวงจร ตั้งแต่การวางคอนเซปต์ ออกแบบ คัดวัสดุที่ปลอดภัย ไปจนถึงการควบคุมงานก่อสร้างและตกแต่งจริงโดยทีมสถาปนิกและมัณฑนากรมืออาชีพ เพื่อเปลี่ยนบ้านให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่ดีและยั่งยืน

FAQ – คำถามที่พบบ่อย

อินทีเรียดีไซน์เนอร์กับมัณฑนากร คือคนเดียวกันไหม?

ใช่ สองคำนี้คืออาชีพเดียวกัน โดยอินทีเรีย (Interior Designer) เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ ส่วนมัณฑนากรเป็นชื่อเรียกอย่างเป็นทางการในภาษาไทย ซึ่งทำหน้าที่ออกแบบ จัดสรรพื้นที่ และตกแต่งพื้นที่ภายในอาคารให้สวยงามน่าอยู่เหมือนกัน

งานอินทีเรีย Built-in กับงานเฟอร์นิเจอร์ Fit-in ต่างกันอย่างไร? 

ต่างกันที่ความยืดหยุ่นในการเคลื่อนย้ายและติดตั้ง โดยงาน Built-in จะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ทำขึ้นหน้างานหรือยึดติดตายตัวเข้ากับผนังและโครงสร้างอาคารเลย ส่วนงาน Fit-in จะเป็นเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปที่สั่งผลิตตามขนาดพื้นที่ สามารถขนย้ายหรือถอดประกอบเปลี่ยนตำแหน่งในอนาคตได้ง่ายกว่า

จ้างอินทีเรียแล้ว ดีไซเนอร์ช่วยเลือกของตกแต่งให้ด้วยไหม?

ช่วยเลือกให้แน่นอน เพราะพร็อปตกแต่ง เช่น โคมไฟ ผ้าม่าน ถือเป็นส่วนสำคัญในการคุม Mood & Tone ของห้อง โดยดีไซเนอร์จะช่วยเลือก คุมโทนสี หรือพาไปเดินช็อปปิงเพื่อให้ภาพรวมของบ้านออกมาสวยงามตรงตามแบบ

แก้ไขแบบอินทีเรีย (Revision) ได้กี่ครั้งก่อนเริ่มสร้างจริง? 

ส่วนใหญ่จะแก้ไขได้ประมาณ 2 - 3 ครั้งในแต่ละสเต็ปของการออกแบบ ทั้งนี้จำนวนครั้งที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับข้อตกลงในสัญญาจ้าง ซึ่งการกำหนดโควตาจะช่วยให้งานดำเนินไปอย่างเป็นระบบและเสร็จตรงตามเวลา

วิธีเลือกบริษัทอินทีเรียดีไซน์น่าเชื่อถือ ดูจากอะไรบ้าง? 

หลักๆ ให้ดูจากพอร์ตผลงาน (Portfolio) ที่ผ่านการสร้างจริง เพื่อเช็กว่าตรงกับสไตล์ของเราไหม ร่วมกับการดูรีวิวจากลูกค้าเก่า มีขั้นตอนการทำงานและสัญญาจ้างที่โปร่งใส 

หากอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯและต้องการลิสต์รายชื่อเพื่อเปรียบเทียบว่างานอินทีเรียมีบริษัทไหนให้บริการในกรุงเทพบ้าง ควรเลือกบริษัทที่มีการจดทะเบียนนิติบุคคลอย่างถูกต้อง สามารถตรวจสอบตัวตนได้ชัดเจน

บล็อกที่เกี่ยวข้อง